REIC เอกซเรย์ตึกสร้างค้าง 205 แห่ง
จากที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) ได้จัดสัมมนา “สถานการณ์ อาคาร สร้างค้างในกรุงเทพฯ” ซึ่งเชิญผู้เกี่ยวข้องหาทางออกร่วมกันหลังรัฐปลดล็อกต่อใบอนุญาต อาคารสร้างค้าง
โดยสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศกฎกระทรวงนิรโทษกรรมอาคารสร้างค้าง ว่าด้วย “กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาต ก่อสร้างอาคาร หรือดัดแปลงอาคาร สำหรับอาคารที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ พ.ศ.2552” ซึ่งอาคารที่อยู่ในข่ายได้รับนิรโทษกรรมคือ อาคารที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2535 – 7 สิงหาคม 2543 และ ได้หยุดก่อสร้างไป และเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาอาคารสร้างค้างในกรุงเทพฯทางศูนย์ข้อมูลฯ จึงจัดสัมมนาเพื่อนำเสนอจำนวนอาคารสร้างค้างที่มีอยู่ในปัจจุบัน
นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ให้ข้อมูลในเรื่องนี้หลังจากได้ทำการสำรวจแล้วพบว่า “สถานการณ์อาคารสร้างค้างในกรุงเทพฯ” ในช่วงเกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ก่อให้เกิดจำนวนอาคารสร้างค้างในกรุงเทพฯ โดยจากการสำรวจตัวเลขในช่วงปี 2544 ซึ่งเป็นช่วงที่ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวนั้น มีอาคารสร้างค้างรวม 508 อาคาร หลังจากนั้นได้เริ่มมีนักลงทุนนำ อาคารสร้างค้างดังกล่าวกลับมาปรับปรุง เพื่อสร้างเป็นซัพพลายใหม่เข้าสู่ระบบอีกครั้ง เฉพาะในช่วงปี 2546-2549 ถือเป็นช่วงที่คึกคักมากที่สุด สำหรับการนำอาคารสร้างค้างมาปรับปรุงใหม่ เริ่มจากในปี 2546 ที่มีการนำอาคารสร้างค้างมาปรับปรุงใหม่เป็นครั้งแรก โดย ณ สิ้นปีดังกล่าวได้ลดลงเหลือ 423 อาคาร
ต่อมาในปี 2549 ได้ทำการสำรวจอีกครั้ง พบว่ามีการปรับปรุงอาคารเก่าอย่างต่อเนื่อง ณ สิ้นปีดังกล่าว อาคารสร้างค้างจึงลดลงเหลือ 301 อาคาร ในปี 2551 มีอาคารสร้างค้างลดเหลือ 213 อาคาร และจากการ สำรวจล่าสุด ณ เดือนมกราคม 2553 มีอาคาร สร้างค้างลดเหลือ 205 อาคารและอยู่ระหว่างก่อสร้าง 25 อาคาร รวมจำนวนอาคารเก่าที่ปรับปรุงไปแล้วตั้งแต่ปี 2546 เท่า กับ 278 อาคาร
อย่างไรก็ตาม นายสัมมา กล่าวแสดงความเห็นว่า หลังจากที่รัฐปลดล็อกเรื่องการต่ออายุใบอนุญาตก่อสร้าง อาคารหรือดัดแปลงอาคาร ให้กลับเข้ามาสู่ระบบอสังหาริมทรัพย์ใหม่อีกครั้ง เชื่อว่าอาคารสร้างค้างในกรุงเทพฯ ที่มีอยู่ 205 อาคาร จะถูกนำกลับมาปรับปรุงใหม่ สร้างความคึกคักในตลาด ปี 2553 นี้
จากปัจจุบันจากการสำรวจล่าสุดของศูนย์ข้อมูลฯ ณ วันที่ 14 มกราคม 2553 นี้พบว่าที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ในช่วง 10 เดือนของปี 2552 ที่ผ่านมาใน เขตกรุง เทพฯ และ 5 จังหวัด ปริมณฑล (นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สมุทรสาครและนครปฐม) ทั้งแนว ราบและแนวสูง (ห้องชุดคอนโดมิเนียม) มีรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 72,400 หน่วย เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วง เดียวกันในปี 2551
โดยจำนวนดังกล่าวแบ่งออกเป็นอาคารชุดประมาณ 34,950 หน่วย คิดเป็น 48% เพิ่มขึ้น 31% และที่อยู่อาศัยแนว ราบประมาณ 37,450 หน่วย หรือ 52% ลดลง 13% และในจำนวนที่อยู่อาศัยแนวราบ ทั้งหมด แบ่งออกเป็นบ้านเดี่ยวประมาณ 25,160 หน่วย คิดเป็น 35% ของหน่วยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ทั้ง หมด เป็นทาวน์เฮาส์ประมาณ 8,830 หน่วย คิดเป็น 12% อาคารพาณิชย์ประมาณ 2,380 หน่วย คิดเป็น 3% และบ้านแฝดประมาณ 1,080 หน่วย คิดเป็น 2% และ ยังสำรวจพบอีกว่า 10 เขตที่มีที่อยู่อาศัยแนวราบ สร้างเสร็จจดทะเบียนมากที่สุดคือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอลำลูกกา อำเภอบางบัวทอง อำเภอเมืองนนทบุรี อำเภอเมืองปทุมธานี เขตหนองจอก เขตสายไหม เขตบางขุนเทียน อำเภอเมืองสมุทรสาคร และเขตคลองสามวา ซึ่งมีจำนวนหน่วยรวมกันคิดเป็น 42% ของที่อยู่อาศัย สร้างเสร็จจดทะเบียนทั้งหมดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
ส่วนอาคารชุด 34,950 หน่วยนั้น มีโครงการเอื้ออาทรจากการเคหะแห่งชาติจำนวนประมาณ 12,650 หน่วย ในจังหวัดสมุทรสาคร นครปฐม สมุทรปราการ นนทบุรี และกรุงเทพฯ ในเขตดอนเมืองและเขตหนองแขม
ที่มา นสพ.สยามธุรกิจ 22/02/2553

![Htawee-BN[625-120]-2](http://xn--12c5crj8e2dxa5bf1a.net/wp-content/uploads/2010/03/Banner265-400-2.gif)