<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สยามโยธา ข่าวสาร วงการก่อสร้าง</title>
	<atom:link href="http://siamyota.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://siamyota.com</link>
	<description>คิดถึงเรื่องก่อสร้าง คิดถึง สยามโยธา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 25 Jan 2012 05:20:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>&#8216;มอเตอร์เวย์-ศรีนครินทร์-บางนา&#8217; โซน &#8216;ไพรมแอเรีย&#8217; เกิดใหม่</title>
		<link>http://siamyota.com/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25ad%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%258c%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%258c-%25e0%25b8%25a8%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%258c-%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b2-%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%258b%25e0%25b8%2599-%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25ad%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a2-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588</link>
		<comments>http://siamyota.com/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 09 Oct 2010 08:49:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าววงการก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[คอนโดมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[งานก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการก่อสร้าง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siamyota.com/?p=531</guid>
		<description><![CDATA[&#8216;มอเตอร์เวย์-ศรีนครินทร์-บางนา&#8217; โซน &#8216;ไพรมแอเรีย&#8217; เกิดใหม่ นับจากนี้ โซน &#8220;ศรีนครินทร์-บางนา&#8221; แหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญในพื้นที่กรุงเทพฯ โซนตะวันออก น่าจะคึกคักขึ้นได้อีก หลังจากเมกะเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ &#8220;อิเกีย&#8221; กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากสวีเดน ได้เปิดแผนลงทุนพัฒนาโครงการ &#8220;เมกา บางนา&#8221; มูลค่าลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท บนที่ดินกว่า 250 ไร่ ย่านบางนา-ตราด ก.ม.8 โดยโครงการนี้กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มทยอยเปิดบริการในช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 2554 นี่คือบิ๊กโปรเจ็กต์ที่ อิเกียตั้งเป้าจะดึงคนเข้ามาช็อปปิ้งได้ถึงปีละกว่า 5 ล้านคน และจะช่วยเพิ่มความคึกคักให้กับถนนสายนี้ ล่าสุดแหล่งข่าวจึงลงพื้นที่สำรวจความเคลื่อนไหวการลงทุนในทำเลดังกล่าว *** บิ๊กแบรนด์-คอมมิวนิตี้มอลล์ปักหมุด เส้นทางสำรวจเริ่มต้นจากเส้นทางบริเวณแยกพัฒนาการ สี่แยกที่ถนนอ่อนนุชคู่ขนานไปกับทางเลี่ยงเมืองพิเศษหมายเลข 7 หรือ &#8220;มอเตอร์เวย์&#8221; ทีมงาน มุ่งหน้าไปตามถนนศรีนครินทร์ จุดแรกที่ปะทะสายตาคือฝั่งขวามือที่มีโครงการของ บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเม้นท์ แบรนด์ &#8220;โนเบิล คิวบ์&#8221; ทาวน์เฮาส์เฟสใหม่พร้อมเข้าอยู่ ราคาเริ่มต้นยูนิตละ 4.95 ล้านบาท และ &#8220;โนเบิล เรสซิเดนส์&#8221; เป็นที่ดินเปล่าในโครงการนำออกขายจำนวน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_532" class="wp-caption aligncenter" style="width: 460px"><a href="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/10/pic4443.jpg"><img class="size-full wp-image-532" title="สยามโยธา" src="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/10/pic4443.jpg" alt="สยามโยธา" width="450" height="266" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบบทความ &#39;มอเตอร์เวย์-ศรีนครินทร์-บางนา&#39; โซน &#39;ไพรมแอเรีย&#39; เกิดใหม่</p></div>
<h1>&#8216;มอเตอร์เวย์-ศรีนครินทร์-บางนา&#8217; โซน &#8216;ไพรมแอเรีย&#8217; เกิดใหม่</h1>
<p>นับจากนี้ โซน &#8220;ศรีนครินทร์-บางนา&#8221; แหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญในพื้นที่กรุงเทพฯ โซนตะวันออก น่าจะคึกคักขึ้นได้อีก หลังจากเมกะเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ &#8220;อิเกีย&#8221; กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากสวีเดน ได้เปิดแผนลงทุนพัฒนาโครงการ &#8220;เมกา บางนา&#8221; มูลค่าลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท บนที่ดินกว่า 250 ไร่ ย่านบางนา-ตราด ก.ม.8 โดยโครงการนี้กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มทยอยเปิดบริการในช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 2554 นี่คือบิ๊กโปรเจ็กต์ที่ อิเกียตั้งเป้าจะดึงคนเข้ามาช็อปปิ้งได้ถึงปีละกว่า 5 ล้านคน และจะช่วยเพิ่มความคึกคักให้กับถนนสายนี้ ล่าสุดแหล่งข่าวจึงลงพื้นที่สำรวจความเคลื่อนไหวการลงทุนในทำเลดังกล่าว</p>
<p>*** บิ๊กแบรนด์-คอมมิวนิตี้มอลล์ปักหมุด</p>
<p>เส้นทางสำรวจเริ่มต้นจากเส้นทางบริเวณแยกพัฒนาการ สี่แยกที่ถนนอ่อนนุชคู่ขนานไปกับทางเลี่ยงเมืองพิเศษหมายเลข 7 หรือ &#8220;มอเตอร์เวย์&#8221; ทีมงาน มุ่งหน้าไปตามถนนศรีนครินทร์ จุดแรกที่ปะทะสายตาคือฝั่งขวามือที่มีโครงการของ บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเม้นท์ แบรนด์ &#8220;โนเบิล คิวบ์&#8221; ทาวน์เฮาส์เฟสใหม่พร้อมเข้าอยู่ ราคาเริ่มต้นยูนิตละ 4.95 ล้านบาท และ &#8220;โนเบิล เรสซิเดนส์&#8221; เป็นที่ดินเปล่าในโครงการนำออกขายจำนวน 30 แปลง ปัจจุบันกำลังออนแอร์หนังโฆษณาใหม่ที่มี &#8220;เก้ง-กวาง&#8221; เป็นตัวเดินเรื่อง เพื่อสื่อสารเป็นตัวแทนของความอิสระ และ จัดโปรโมชั่นส่วนลดสูงสุด 1.5 ล้านบาท ถึงวันที่ 30 กันยายนนี้ ถัดจากตึกโมเดอร์นฟอร์มทาวเวอร์มาไม่ไกลนัก เป็นที่ดินเปล่าของกลุ่มธนิยะที่ล้อมรั้วเตรียมขึ้นโครงการคอมมิวนิตี้มอลล์น้องใหม่ &#8220;ธัญญะ ช็อปปิ้ง พาร์ค&#8221; ด้วย งบประมาณ 2,500 ล้านบาท ออกแบบเป็นอาคาร 2 ชั้น 6 อาคารเชื่อมต่อถึงกัน มีพื้นที่โครงการถึง 7 หมื่นตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่เช่ารวม 700 ร้านค้า เพื่อเป็นแหล่งช็อปปิ้งชุมชนแห่งใหม่ในทำเลนี้ กำหนด เปิดบริการในช่วงเดือนธันวาคมปีหน้า จาก ที่ดินโครงการธัญญะ ช็อปปิ้ง พาร์ค ตรงไปตามถนนศรีนครินทร์ ก่อนถึงห้างซีคอนสแควร์ ด้านซ้ายมือเป็นที่ตั้งสำนักงานขายบริษัทรับสร้างบ้าน &#8220;ซีคอน&#8221; และยังมีที่ดินเปล่าแปลงใหญ่อยู่ด้านหลัง รวมเนื้อที่เกือบ 100 ไร่ ของตระกูล &#8220;ซอโสตถิกุล&#8221; ที่เตรียมไว้พัฒนาโครงการในอนาคต</p>
<p>*** คอนโดฯ-เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์เพียบ</p>
<p>ที่บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของโครงการคอนโดฯ และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ &#8220;เดอะนายน์ เพลส&#8221; สร้างเสร็จพร้อมอยู่มาพักใหญ่ ของบริษัท ศรีรุ่งสุขจินดา จำกัด สำหรับคอนโดฯปัจจุบันมีห้องชุดเหลือขายประมาณ 40 ยูนิต จากทั้งหมด 255 ยูนิต ทุกยูนิตตกแต่งเสร็จพร้อมอยู่ อาทิ เฟอร์นิเจอร์ ทีวี ตู้เย็น ครัวบิลท์-อิน มีพื้นที่ใช้สอย 34 ตารางเมตร เคาะราคาขาย 2.15 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 6.2 หมื่นบาทต่อตารางเมตร ต่อจากห้างซีคอนสแควร์ เป็นศูนย์การค้า &#8220;พาราไดซ์ พาร์ค&#8221; ที่กลุ่มสยามพิวรรธน์จับมือกับกลุ่มเอ็มบีเค (ศูนย์การค้ามาบุญครอง) เทกโอเวอร์ห้าง &#8220;เสรีเซ็นเตอร์&#8221; มาปัดฝุ่นใหม่ ภายในมีทั้ง ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมี่ยมอย่างวิลล่า มาร์เก็ต, โฮมโปรที่เพิ่งปรับโฉมใหม่ ฯลฯ จากนั้นเข้าสู่แยกศรีนครินทร์-อุดมสุข ซึ่งกำลังรถติดหนักเพราะกำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างอุโมงค์ลอดทางแยก หลังจากใช้เวลาประมาณ 15 นาที ฝ่าวงรถติดมาได้ ด้านขวามือสังเกตเห็นโครงการคอนโดมิเนียมของค่ายศุภาลัย แบรนด์ &#8220;ศุภาลัย ปาร์ค&#8221; ศรีนครินทร์ อยู่ตรงข้ามโรงแรมโนโวเทล เป็นตึกสูง 25 ชั้น 2 อาคาร เช็กข้อมูลโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปีที่ผ่านมา มีจำนวนทั้งหมดประมาณ 1,400 ยูนิต ปัจจุบันมีห้องชุดเหลือขายประมาณ 10% และอยู่ระหว่างนำห้องชุดขนาด 36 ตารางเมตร ตั้งแต่ชั้น 4-9 จำนวน 20 ยูนิต มาจัดโปรโมชั่นราคาพิเศษ 1.29 ล้านบาท พร้อมแถมเครื่องทำ น้ำอุ่น แอร์ และครัวบิลท์-อิน จากปกติขายห้องเปล่าราคา 1.5 ล้านบาท ฝั่งตรงกันข้ามยังมีโครงการ &#8220;เดอะสปิริตคอนโด&#8221; ของบริษัท ภิรมย์แลนด์ จำกัด เป็นอาคาร 8 ชั้น สร้างเสร็จพร้อมอยู่ มีห้องชุดเหลือขาย 8 ยูนิต จากทั้งหมด 79 ยูนิต แบบ 2 ห้องนอน เหลือขาย 7 ยูนิต พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 39.6 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.74 ล้านบาท หรือเฉลี่ยตารางเมตรละ 4 หมื่นปลาย ๆ พร้อมแถมเฟอร์นิเจอร์บิลท์-อิน ส่วนในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 23 ค่ายนี้เตรียมนำห้องชุดไปจัด โปรโมชั่นฟรีเงินดาวน์ 10% หรือถ้าคิด ง่าย ๆ คือมีส่วนลดประมาณ 10% จากราคาห้อง ส่วนที่เหลืออีก 90% สามารถ กู้แบงก์ได้เต็มจำนวน<br />
<strong>ที่มา</strong> ประชาชาติธุรกิจ 5/10/2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamyota.com/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แฟชั่นขุดทองตลาดคอนโดฯ แห่ลอนช์โปรเจ็กต์ใหม่ 4 วัน 2.3 หมื่นล้าน</title>
		<link>http://siamyota.com/%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%af-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-4-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-2-3-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%259f%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b1%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25af-%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%258a%25e0%25b9%258c%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2588%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%258c%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588-4-%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599-2-3-%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a5%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599</link>
		<comments>http://siamyota.com/%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%af-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-4-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-2-3-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 09 Oct 2010 08:30:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[คอนโดมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[วงการก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการหมู่บ้าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siamyota.com/?p=527</guid>
		<description><![CDATA[แฟชั่นขุดทองตลาดคอนโดฯ แห่ลอนช์โปรเจ็กต์ใหม่ 4 วัน 2.3 หมื่นล้าน แม้ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย แต่ก็สร้างเซอร์ไพรส์ ไม่น้อย เพราะช่วงระยะเวลาเพียงแค่ 4 วันตั้งแต่ 27-30 กันยายน ที่ผ่านมา บริษัทพัฒนาที่ดินพร้อมใจกัน เปิดตัว &#8220;คอนโดมิเนียม&#8221; รวมกันถึง13 โครงการ รวมมูลค่าสูงถึง 23,475 ล้านบาท อาจเป็นเพราะตั้งแต่ไตรมาส 2 ถึงช่วงต้นไตรมาส 3 ปี นี้ มีโครงการใหม่เปิดตัวน้อยมาก ผลพวงจากปัจจัยลบด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ดังนั้นเมื่อสถานการณ์ต่าง ๆ คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ดีเวลอปเปอร์จึงฉวยจังหวะลอนช์โปรดักต์ที่ชะลอลงทุนไว้ออกมาทันที ทำให้การเปิดตัวโครงการใหม่มากระจุกตัวช่วงไตรมาส 3-4 และบรรยากาศน่าจะร้อนแรงต่อเนื่องไปถึงปลายปี *** อสังหาฯนอกตลาดขอแจม หากจัดกลุ่มบริษัทที่เปิดตัวคอนโดฯในช่วงเวลาดังกล่าว แบ่งแยกได้เป็น 2 กลุ่มคือ 1) กลุ่มที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ขอเข้ามาแจมส่วนแบ่ง และ 2) บริษัท ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งถือเป็นผู้เล่น รายใหญ่ที่เปิดตัวโครงการแบบปูพรม พร้อมกันหลายทำเลในกลุ่มบริษัทพัฒนาที่ดินนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ เริ่มจาก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_528" class="wp-caption aligncenter" style="width: 410px"><a href="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/10/pic4442.jpg"><img class="size-full wp-image-528" title="สยามโยธา" src="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/10/pic4442.jpg" alt="สยามโยธา" width="400" height="455" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบบทความ แฟชั่นขุดทองตลาดคอนโดฯ แห่ลอนช์โปรเจ็กต์ใหม่ 4 วัน 2.3 หมื่นล้าน</p></div>
<h1>แฟชั่นขุดทองตลาดคอนโดฯ แห่ลอนช์โปรเจ็กต์ใหม่ 4 วัน 2.3 หมื่นล้าน</h1>
<p>แม้ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย แต่ก็สร้างเซอร์ไพรส์ ไม่น้อย เพราะช่วงระยะเวลาเพียงแค่ 4 วันตั้งแต่ 27-30 กันยายน ที่ผ่านมา บริษัทพัฒนาที่ดินพร้อมใจกัน เปิดตัว &#8220;คอนโดมิเนียม&#8221; รวมกันถึง13 โครงการ รวมมูลค่าสูงถึง 23,475 ล้านบาท อาจเป็นเพราะตั้งแต่ไตรมาส 2 ถึงช่วงต้นไตรมาส 3 ปี นี้ มีโครงการใหม่เปิดตัวน้อยมาก ผลพวงจากปัจจัยลบด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ดังนั้นเมื่อสถานการณ์ต่าง ๆ คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ดีเวลอปเปอร์จึงฉวยจังหวะลอนช์โปรดักต์ที่ชะลอลงทุนไว้ออกมาทันที ทำให้การเปิดตัวโครงการใหม่มากระจุกตัวช่วงไตรมาส 3-4 และบรรยากาศน่าจะร้อนแรงต่อเนื่องไปถึงปลายปี</p>
<p>*** อสังหาฯนอกตลาดขอแจม</p>
<p>หากจัดกลุ่มบริษัทที่เปิดตัวคอนโดฯในช่วงเวลาดังกล่าว แบ่งแยกได้เป็น 2 กลุ่มคือ 1) กลุ่มที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ขอเข้ามาแจมส่วนแบ่ง และ 2) บริษัท ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งถือเป็นผู้เล่น รายใหญ่ที่เปิดตัวโครงการแบบปูพรม พร้อมกันหลายทำเลในกลุ่มบริษัทพัฒนาที่ดินนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ เริ่มจาก &#8220;อพอลโล่ แอสเส็ท&#8221; ของกลุ่มทุนสิ่งทอ ประกาศปักธงคอนโดฯโลว์ไรส์ 8 ชั้น &#8220;VOQUE Residential Condominium&#8221; ในซอยสุขุมวิท 31 ลึกเข้าไป 800 เมตร ทั้งโครงการมี 74 ยูนิต เป็นห้องชุดแบบ 1 และ 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 48.5-122 ตร.ม. ราคาขาย เริ่มต้น 4.4 ล้านบาท เฉลี่ย ตร.ม.ละ 9 หมื่นบาทเศษตามมาด้วย &#8220;แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น&#8221; ซึ่งเปิดตัวโครงการ &#8220;วิสซ์ดอม คอนโดมิเนียม@ ปุณณวิถีสเตชั่น&#8221; ในซอยสุขุมวิท 64 ดักกำลังซื้อทำเลรถไฟฟ้าบีทีเอส ส่วนต่อขยาย (อ่อนนุช-แบริ่ง) เป็นตึกสูง 8 ชั้น 3 อาคาร 341 ยูนิต ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ครบ ออกแบบเป็นห้องชุด 1 ห้องนอน, 1 ห้องนอน +1 ห้องอเนกประสงค์ และ 2 ห้องนอน เคาะเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท ส่วน &#8220;บ้านราชประสงค์&#8221; แตกทำเลรุกตลาดคอนโดฯเมืองท่องเที่ยวในย่านพัทยา โครงการ &#8220;The Koral Home Resort &amp; Residence&#8221; บนทำเลใกล้กับโครงการตลาดน้ำพัทยา สูง 8 ชั้น 8 อาคาร 1,572 ยูนิต รวมมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ล่าสุดได้จัดแคมเปญในงานมหกรรมบ้านและ คอนโด ครั้งที่ 23 ลดราคาห้องชุดตกแต่งครบ 7.6 แสนบาท จากปกติ 9.5 แสนบาท อีก 2 รายที่เข้ามาแจมตลาดด้วย คือ &#8220;พระยาพาณิชย์ พร็อพเพอร์ตี้&#8221; เปิดตัวคอนโดฯใหม่ &#8220;แบงค์คอก ฮอไรซอน รัชดา-ท่าพระ&#8221; ย่านฝั่งธนฯ บนที่ดิน 3-2-75 ไร่ ใกล้ห้างเดอะมอลล์ท่าพระ จำนวน 710 ยูนิต แยกเป็นตึก &#8220;Lite&#8221; สูง 8 ชั้น 145 ยูนิต และตึก &#8220;Hite&#8221; สูง 30 ชั้น 565 ยูนิต พื้นที่ใช้สอย 24-59 ตร.ม. ราคา 1.56-3.83 ล้านบาท พรีเซล 9-10 ตุลาคมนี้ รายสุดท้าย &#8220;บิลท์แลนด์&#8221; บริษัท น้องใหม่ในเครือบริษัทรับเหมามหาชน &#8220;พรีบิลท์&#8221; ที่เก็บประสบการณ์งานก่อสร้างมาลุยธุรกิจพัฒนาที่ดิน ผุด &#8220;เดอะเทมโป้&#8221; ในทำเลพหลโยธินซอย 2 จำนวน 79 ยูนิต พื้นที่ใช้สอย 39.8-137.2 ตร.ม. ราคา เริ่มต้น 3.3 ล้านบาท หรือเริ่มต้น 7.9 หมื่นบาท/ตร.ม. มูลค่าโครงการ 350 ล้านบาท เบ็ดเสร็จเฉพาะบริษัทนอกตลาด หลักทรัพย์ฯ เปิดตัวคอนโดฯรวมกัน 6 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 4,580 ล้านบาท</p>
<p>*** &#8220;ศุภาลัย-แสนสิริ-เอเชี่ยน&#8221; ปูพรม 7 โครงการ</p>
<p>ฟากบริษัทมหาชน &#8220;ศุภาลัย&#8221; เปิดตัว &#8220;ศุภาลัย ปาร์ค ราชพฤกษ์-เพชรเกษม&#8221; บนที่ดินติดถนนเพชรเกษม เนื้อที่กว่า 6 ไร่ เยื้องมหาวิทยาลัยสยาม เป็นตึกสูง 35 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 835 ยูนิต มีห้องชุดแบบ 1-2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 33-58.5 ตร.ม. ราคาต่อยูนิตเริ่มต้นกว่า 1.3 ล้านบาท ไปจนถึง 2 ล้านปลาย ๆ เตรียมเปิดขายเป็นทางการ 7 ตุลาคมนี้ ขณะที่ &#8220;แสนสิริ&#8221; จะจัดอีเวนต์ &#8220;Sansiri Iconic Living&#8221; ระหว่างวันที่ 8-10 ตุลาคม ภายในรอยัลพารากอนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดตัว คอนโดฯแบรนด์ใหม่ 4 โปรเจ็กต์ ได้แก่ เดอะเบส สุขุมวิท 77 จำนวน 1,227 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 1.5 ล้านบาทต่อยูนิต, ดีคอนโด รามคำแหง (ใกล้เดอะมอลล์รามฯ) 1,114 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 1.38 ล้านบาทต่อยูนิต (ตกแต่งเฟอร์ฯครบ) ดีคอนโดฯ รามอินทรา (ซอยรามอินทรา 47) 825 ยูนิต ราคาเริ่มต้นประมาณ 1 ล้านบาทต่อยูนิต และออร์นิกซ์ พหลโยธิน จำนวน 620 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 2.3 ล้านบาท ภายในงานเฉพาะวันที่ 8 ตุลาคม จะจัดแคมเปญโครงการเดอะเบส สุขุมวิท 77 ให้ลูกค้าผ่อนดาวน์เริ่มต้นเดือนละ 999 บาท ส่วน &#8220;เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้&#8221; ปูพรมคอนโดฯแบรนด์ &#8220;ริทึ่ม&#8221; 3 ทำเลรวด เริ่มจาก ริทึ่ม สุขุมวิท 589 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท, ริทึ่ม พหล-อารีย์ 809 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 2.8 ล้านบาท และริทึ่ม สาทร 910 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 3.2 ล้านบาท เบ็ดเสร็จในฟากบริษัทมหาชน เปิดตัวคอนโดฯรวมกัน 7 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 18,800 ล้านบาท ถึงปลายปีตลาดคอนโดฯที่คึกคักอยู่แล้วน่าจะร้อนแรงขึ้นอีกกว่าเดิมหลายเท่าตัว<br />
<strong>ที่มา</strong> ประชาชาติธุรกิจ 5/10/2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamyota.com/%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%af-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-4-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-2-3-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดประมูลอีกรอบขุดอุโมงค์ &#8216;มไหศวรรย์&#8217;</title>
		<link>http://siamyota.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c-%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a8%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b8%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2584%25e0%25b9%258c-%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a8%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%258c</link>
		<comments>http://siamyota.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c-%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a8%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 23 Feb 2010 16:51:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ทางลอดสะพาน]]></category>
		<category><![CDATA[มไหศวรรย์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักการโยธา]]></category>
		<category><![CDATA[อุโมงค์]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดประมูล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siamyota.com/?p=407</guid>
		<description><![CDATA[เปิดประมูลอีกรอบขุดอุโมงค์ &#8216;มไหศวรรย์&#8217; หลังมีปัญหาฮั้วประมูลจนต้องยกเลิกโครงการไปกว่า 3 ปีที่ผ่านมา สำหรับโครงการก่อสร้างทางลอดบริเวณสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน หรือ อุโมงค์แยก &#8220;มไหศวรรย์&#8221; ย่านฝั่งธนของกรุงเทพมหานครขนาด 4 ช่องจราจร ระยะทาง 1.200 กิโลเมตร มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งต่อมากทม. ได้มีความพยายามอีกครั้งที่จะเปิดประมูลใหม่เมื่อปลายปี 2549 ต่อปี 2550 เมื่อมีการเคาะราคา ปรากฏว่าราคาออกมาเท่ากันทุกรายและไม่มีรายใดสนใจ เนื่องจากช่วงนั้นเกิดวิกฤติราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ที่สำคัญเหล็กราคาพุ่งจากกิโลกรัมละ 20 บาท เป็นกิโลกรัมละ 50 บาท ส่ง ผลให้ กทม.ต้องชะลอโครงการออกไป จากปัญหาจราจรติดขัดอย่างหนักในชั่วโมงเร่งด่วนในระแวกนั้น ประกอบกับเสียงร้องเรียนจากผู้ใช้รถใช้ถนนจำนวนมากล่าสุด สำนักการโยธากทม. ต้องเร่งปัดฝุ่นอุโมงค์เจ้าปัญหาอีกครั้ง ด้วยการเปิดประมูลรูปแบบอี-ออกชัน หาผู้รับ จ้างใหม่อีกรอบ ในอีก 3 เดือนข้างหน้านับจากนี้ ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างขั้นตอนเตรียมเอกสารและจัดทำแบบประกวดราคาขายให้กับผู้ที่สนใจซึ่งคาดว่า จะมีผู้รับเหมารายใหญ่ไม่น้อยกว่า 10-15 รายให้ความสนใจแข่งขันประมูลงาน อย่างไรก็ดีโครงการดังกล่าวล่าช้ามานาน ขณะที่สำนักการ โยธา กทม. ได้รับจัดสรรงบประมาณนานกว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_408" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/pic4070.jpg"><img class="size-full wp-image-408" title="สยามโยธา" src="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/pic4070.jpg" alt="สยามโยธา" width="300" height="166" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบบทความ เปิดประมูลอีกรอบขุดอุโมงค์ &#39;มไหศวรรย์&#39;</p></div>
<h1>เปิดประมูลอีกรอบขุดอุโมงค์ &#8216;มไหศวรรย์&#8217;</h1>
<p>หลังมีปัญหาฮั้วประมูลจนต้องยกเลิกโครงการไปกว่า 3 ปีที่ผ่านมา  สำหรับโครงการก่อสร้างทางลอดบริเวณสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน  หรือ อุโมงค์แยก &#8220;มไหศวรรย์&#8221;  ย่านฝั่งธนของกรุงเทพมหานครขนาด 4 ช่องจราจร ระยะทาง 1.200 กิโลเมตร  มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท   ซึ่งต่อมากทม. ได้มีความพยายามอีกครั้งที่จะเปิดประมูลใหม่เมื่อปลายปี 2549 ต่อปี 2550 เมื่อมีการเคาะราคา ปรากฏว่าราคาออกมาเท่ากันทุกรายและไม่มีรายใดสนใจ  เนื่องจากช่วงนั้นเกิดวิกฤติราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น  ที่สำคัญเหล็กราคาพุ่งจากกิโลกรัมละ 20 บาท เป็นกิโลกรัมละ 50 บาท  ส่ง ผลให้ กทม.ต้องชะลอโครงการออกไป</p>
<p><span id="more-407"></span></p>
<p>จากปัญหาจราจรติดขัดอย่างหนักในชั่วโมงเร่งด่วนในระแวกนั้น ประกอบกับเสียงร้องเรียนจากผู้ใช้รถใช้ถนนจำนวนมากล่าสุด  สำนักการโยธากทม.  ต้องเร่งปัดฝุ่นอุโมงค์เจ้าปัญหาอีกครั้ง ด้วยการเปิดประมูลรูปแบบอี-ออกชัน  หาผู้รับ จ้างใหม่อีกรอบ ในอีก 3 เดือนข้างหน้านับจากนี้  ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างขั้นตอนเตรียมเอกสารและจัดทำแบบประกวดราคาขายให้กับผู้ที่สนใจซึ่งคาดว่า จะมีผู้รับเหมารายใหญ่ไม่น้อยกว่า  10-15 รายให้ความสนใจแข่งขันประมูลงาน</p>
<p>อย่างไรก็ดีโครงการดังกล่าวล่าช้ามานาน  ขณะที่สำนักการ โยธา กทม. ได้รับจัดสรรงบประมาณนานกว่า 4-5 ปี  ในวงเงิน 1,000 ล้านบาท  ในทางกลับกันราคาวัสดุปรับตัวสูงขึ้น แม้เหล็กราคาจะลดลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา ยังถือว่าสูงมาก  แต่กทม.จะยึดวงเงินดังกล่าวไว้โดยจะยังไม่ปรับราคาเนื่องจากงบ ประมาณมีจำกัด</p>
<p>หากผู้รับเหมาไม่สนใจ ทางออกจะพิจารณาปรับวงเงินเพิ่มโดยนำงบประมาณจากส่วนอื่นมาใช้ หรือ ใช้วิธีปรับรูปแบบให้เล็กลง ขณะเดียวกันเชื่อว่าจะมีชาวบ้านร้องเรียนโดยเฉพาะรายที่อยู่บริเวณโครงการก่อสร้าง</p>
<p>ทั้งนี้ อุโมงค์มไหศวรรย์ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดการจราจรจะช่วย ระบายปริมาณรถที่มาจาก สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินตัดกับถนนรัชดาภิเษก ให้คล่องตัวขึ้นโดยใช้อุโมงค์โดยไม่ติดสัญญาณไฟและยังรับจราจรเชื่อมโยงไปยังอุโมงค์ บริเวณถนนจรัญสนิทวงศ์กับถนนพรานนก และอุโมงค์จรัญสนิทวงศ์กับถนนบรมราชชนนี ให้สะดวกรวดเร็ว ซึ่งอุโมงค์ ทั้ง 3 แห่งนี้ จะสามารถบรรเทารถติดขัดได้มากเพราะเป็นอุโมงค์ เชื่อมต่อกันตลอดแนว   ต่อไปผู้ใช้รถใช้ถนนไม่ต้องติดสัญญาณไฟอีกต่อไป</p>
<p>เชื่อว่า ผู้รับเหมาน่าจะแข่งขันเพื่อรับงานนี้ เพราะ นานๆ ครั้งจะมีโครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้น!!</p>
<p><strong>ที่มา</strong> นสพ.ฐานเศรษฐกิจ 22/02/2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamyota.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c-%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a8%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รถไฟประมูลรางคู่ 1.1 หมื่นล้าน ลัดคิวสาย &#8220;แปดริ้ว-แก่งคอย&#8221;</title>
		<link>http://siamyota.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88-1-1-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%259f%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2588-1-1-%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a5%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599-%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2-%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b4%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25a7-%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2</link>
		<comments>http://siamyota.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88-1-1-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 23 Feb 2010 16:41:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงคมนาคม]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[สศช.]]></category>
		<category><![CDATA[สะพานรถไฟ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siamyota.com/?p=404</guid>
		<description><![CDATA[รถไฟประมูลรางคู่ 1.1 หมื่นล้าน ลัดคิวสาย &#8220;แปดริ้ว-แก่งคอย&#8221; แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้หารือร่วมกับนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถึงแผนการลงทุนระบบรางของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และมีนโยบายให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนตามที่รัฐบาลปรับแผนการลงทุนที่เน้น ระบบทางรางมากขึ้นนั้น ล่าสุดทาง ร.ฟ.ท.ได้ส่งรายละเอียดข้อมูลภาพรวมโครงการลงทุนทั้งหมดของ ร.ฟ.ท. ซึ่งเป็นแผนลงทุนระยะเร่งด่วน 5 ปี (2553-2557) โดยลำดับความสำคัญโครงการเสร็จแล้ว หลังจากนี้จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการหรือบอร์ดของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณาในเดือนมีนาคมนี้ ขั้นตอนการพิจารณาของ สศช.จะเป็นเรื่องของการจัดหาแหล่งเงินลงทุนโครงการว่าจะนำมาจากแหล่งใดบ้าง อาทิ เงินลงทุนจากงบประมาณ งบฯไทยเข้มแข็ง หรือเงินกู้จากประเทศจีนที่ให้มา 400 ล้านเหรียญ เมื่อได้แหล่งเงินทุนครบแล้วก็จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติต่อไป ทั้งนี้ เมื่อ ครม.มีมติอนุมัติแล้ว ร.ฟ.ท.จะสามารถจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่างๆ ได้ทันที ในส่วนของวงเงินลงทุนตามกรอบเวลา 5 ปี เดิมเสนอแผนลงทุน 153,052 ล้าน บาท ต่อมาทาง สศช.ได้ดูรายละเอียดเบื้องต้น มีความเห็นว่าให้เพิ่มแผนลงทุนรถไฟรางคู่ช่วงฉะเชิงเทรา-คลอง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1>
<p><div id="attachment_405" class="wp-caption aligncenter" style="width: 490px"><a href="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/t1ds5.jpg"><img class="size-full wp-image-405" title="สยามโยธา" src="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/t1ds5.jpg" alt="สยามโยธา" width="480" height="360" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบบทความ รถไฟประมูลรางคู่ 1.1 หมื่นล้าน ลัดคิวสาย &quot;แปดริ้ว-แก่งคอย&quot;</p></div></h1>
<h1>รถไฟประมูลรางคู่ 1.1 หมื่นล้าน ลัดคิวสาย &#8220;แปดริ้ว-แก่งคอย&#8221;</h1>
<p>แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้หารือร่วมกับนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถึงแผนการลงทุนระบบรางของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และมีนโยบายให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนตามที่รัฐบาลปรับแผนการลงทุนที่เน้น ระบบทางรางมากขึ้นนั้น ล่าสุดทาง ร.ฟ.ท.ได้ส่งรายละเอียดข้อมูลภาพรวมโครงการลงทุนทั้งหมดของ ร.ฟ.ท. ซึ่งเป็นแผนลงทุนระยะเร่งด่วน 5 ปี (2553-2557) โดยลำดับความสำคัญโครงการเสร็จแล้ว หลังจากนี้จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการหรือบอร์ดของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณาในเดือนมีนาคมนี้</p>
<p><span id="more-404"></span></p>
<p>ขั้นตอนการพิจารณาของ สศช.จะเป็นเรื่องของการจัดหาแหล่งเงินลงทุนโครงการว่าจะนำมาจากแหล่งใดบ้าง อาทิ เงินลงทุนจากงบประมาณ งบฯไทยเข้มแข็ง หรือเงินกู้จากประเทศจีนที่ให้มา 400 ล้านเหรียญ เมื่อได้แหล่งเงินทุนครบแล้วก็จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติต่อไป ทั้งนี้ เมื่อ ครม.มีมติอนุมัติแล้ว ร.ฟ.ท.จะสามารถจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่างๆ ได้ทันที</p>
<p>ในส่วนของวงเงินลงทุนตามกรอบเวลา 5 ปี เดิมเสนอแผนลงทุน 153,052 ล้าน บาท ต่อมาทาง สศช.ได้ดูรายละเอียดเบื้องต้น มีความเห็นว่าให้เพิ่มแผนลงทุนรถไฟรางคู่ช่วงฉะเชิงเทรา-คลอง 19-แก่งคอย วงเงิน 11,348.35 ล้านบาท เพราะมีความพร้อมที่จะดำเนินการอยู่แล้ว รอแค่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ โดย สศช.เห็นว่าเมื่อ ร.ฟ.ท.จะทำรางคู่สายอื่นอยู่แล้วก็ควรจะนำสายนี้รวมเข้าไปด้วย ทำให้ต้องเพิ่มเงินลงทุนโดยรวมเป็น 164,401 ล้านบาท และเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแผนแล้ว ร.ฟ.ท. สามารถดำเนินการประมูลได้ทันที</p>
<p>แหล่งข่าวยังได้กล่าวถึงรายละเอียดแผนลงทุน 5 ปีว่า ในแผนทั้งหมดจะลำดับตามความสำคัญโครงการไว้ชัดเจน พร้อมทั้งกระจายการใช้เงินในแต่ละปี เฉลี่ยปีละ 2 หมื่น ล้านบาท โดยเงินก้อนแรก 86,942 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบฯลงทุนระหว่างปี 2553-2557 นั้นจะถูกนำมาใช้ในโครงการเร่งด่วนที่เกี่ยวเนื่องกับความปลอดภัยในการเดินรถ กว่า 7 หมื่นล้านบาท และด้านปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ปรับปรุงความแข็งแรงของทาง 2,272 กิโลเมตร เปลี่ยนหมอนรองรางเป็นคอนกรีต 1,382 กิโลเมตร เปลี่ยนรางเป็นขนาด 100 ปอนด์ ระยะทาง 2,835 กิโลเมตร เปลี่ยนประแจ ขยายทางระยะทางรวม 2,406 กิโลเมตร วงเงิน 23,700 กว่าล้านบาท</p>
<p>หลังจากนั้นจะเป็นงานปรับปรุงสะพานรถไฟในสายทางต่าง ๆ ให้รองรับน้ำหนักกดเพลา 20 ตัน/เพลา จำนวน 1,434 แห่ง วงเงิน 12,167 ล้านบาท การเปลี่ยนระบบอาณัติสัญญาณ 19,014 ล้านบาท เช่น ปรับปรุงระบบอาณัติสัญญาณเป็นไฟสีทั่วประเทศ 230 สถานี 11,358 ล้านบาท ติดตั้งระบบโครงข่ายคมนาคม 2,200 ล้านบาท ติดตั้งเครื่องกั้นถนนเสมอระดับ 5,456 ล้านบาท</p>
<p>ส่วนที่เหลืออีกประมาณกว่า 16,803 ล้านบาท แบ่งเป็นการจัดซื้อหัวรถจักรและล้อเลื่อน มีรถจักรดีเซลไฟฟ้า 13 คัน 2,145 ล้านบาท รถโดยสารรูปแบบชุด 6 ขบวนรองรับการขนส่งผู้โดยสารสำหรับรถไฟทางไกล 4,736 ล้านบาท รถจักรดีเซลไฟฟ้าทดแทนจีอี 50 คัน 6,562 ล้านบาท ซ่อมบำรุงรถจักรเดิม 56 คัน วงเงิน 3,360 ล้านบาท</p>
<p>&#8220;ทั้งหมดจะแล้วเสร็จในปี 2557 บางโครงการที่อยู่ภายใต้นโยบายของกระทรวง เช่น ทางรถไฟสายประธานทั้งหมด มีกำหนดให้แล้วเสร็จในปี 2556 ส่วนสายทางแยก ให้ดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2557 แผนลงทุนทั้งหมดจะเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2556 ต่อเนื่องปี 2557&#8243;</p>
<p>สำหรับการลงทุนระบบรางคู่ตามกรอบแผนลงทุนเร่งด่วน 5 สาย ระยะทางรวม 767 กิโลเมตร วงเงิน 66,110 ล้านบาท (ไม่รวมสายเพิ่มเติมฉะเชิงเทรา-คลอง 19-แก่งคอย) คาดว่าจะเริ่มได้ในปี 2554 เป็น ต้นไปจนถึงปี 2557 เนื่องจากในปีนี้ ร.ฟ.ท.จะต้องออกแบบรายละเอียดก่อนถึงจะดำเนินการได้ โดยการลงทุนรางคู่ 5 สายจะเป็นแผนลงทุนที่ต่อยอดจากที่สำนักงานนโยบายและแผนการ ขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ศึกษาความเหมาะสมของโครงการเสร็จแล้ว มี 3 สาย คือ 1) สายมาบกะเบา-นครราชสีมา 132 กิโลเมตร 11,640 ล้านบาท 2) สายลพบุรี-ปากน้ำโพ 118 กิโลเมตร 7,860 ล้านบาท และ3) สายนครปฐม-หนองปลา ดุก-หัวหิน 165 กิโลเมตร 16,600 ล้านบาท</p>
<p>ส่วนที่เหลือสายนครราชสีมา -ขอนแก่น 185 กิโลเมตร 13,010 ล้านบาท สายประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร 167 กิโลเมตร 17,000 ล้านบาท ทาง สนข.จะศึกษาความเหมาะสมให้ต่อไป</p>
<p>&#8220;ทางคู่สายแรกที่จะก่อสร้างได้ทันทีใน ปี 2553 คือ สายฉะเชิงเทรา-แก่งคอย-คลอง 19 ทาง ร.ฟ.ท.เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว รอเพียงมีมติ ครม.อนุมัติก็สามารถเปิดประมูลได้ทันที&#8221;</p>
<p><strong>ที่มา</strong> นสพ.ประชาชาติธุรกิจ 22/02/2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamyota.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88-1-1-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>REIC เอกซเรย์ตึกสร้างค้าง 205 แห่ง</title>
		<link>http://siamyota.com/reic-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-205-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=reic-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%258b%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b6%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2584%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587-205-%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587</link>
		<comments>http://siamyota.com/reic-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-205-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 23 Feb 2010 16:32:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[REIC]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อสร้างอาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[ดัดแปลงอาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารสร้างค้าง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siamyota.com/?p=398</guid>
		<description><![CDATA[REIC เอกซเรย์ตึกสร้างค้าง 205 แห่ง จากที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) ได้จัดสัมมนา “สถานการณ์ อาคาร สร้างค้างในกรุงเทพฯ” ซึ่งเชิญผู้เกี่ยวข้องหาทางออกร่วมกันหลังรัฐปลดล็อกต่อใบอนุญาต อาคารสร้างค้าง โดยสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศกฎกระทรวงนิรโทษกรรมอาคารสร้างค้าง ว่าด้วย “กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาต ก่อสร้างอาคาร หรือดัดแปลงอาคาร สำหรับอาคารที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ พ.ศ.2552” ซึ่งอาคารที่อยู่ในข่ายได้รับนิรโทษกรรมคือ อาคารที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2535 &#8211; 7 สิงหาคม 2543 และ ได้หยุดก่อสร้างไป และเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาอาคารสร้างค้างในกรุงเทพฯทางศูนย์ข้อมูลฯ จึงจัดสัมมนาเพื่อนำเสนอจำนวนอาคารสร้างค้างที่มีอยู่ในปัจจุบัน นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ให้ข้อมูลในเรื่องนี้หลังจากได้ทำการสำรวจแล้วพบว่า “สถานการณ์อาคารสร้างค้างในกรุงเทพฯ” ในช่วงเกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ก่อให้เกิดจำนวนอาคารสร้างค้างในกรุงเทพฯ โดยจากการสำรวจตัวเลขในช่วงปี 2544 ซึ่งเป็นช่วงที่ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวนั้น มีอาคารสร้างค้างรวม 508 อาคาร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1>
<p><div id="attachment_399" class="wp-caption aligncenter" style="width: 360px"><a href="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/building.jpg"><img class="size-full wp-image-399" title="สยามโยธา" src="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/building.jpg" alt="สยามโยธา" width="350" height="322" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบบทความ REIC เอกซเรย์ตึกสร้างค้าง 205 แห่ง</p></div></h1>
<h1>REIC เอกซเรย์ตึกสร้างค้าง 205 แห่ง</h1>
<p>จากที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) ได้จัดสัมมนา “สถานการณ์ อาคาร สร้างค้างในกรุงเทพฯ” ซึ่งเชิญผู้เกี่ยวข้องหาทางออกร่วมกันหลังรัฐปลดล็อกต่อใบอนุญาต อาคารสร้างค้าง</p>
<p>โดยสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศกฎกระทรวงนิรโทษกรรมอาคารสร้างค้าง ว่าด้วย “กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาต ก่อสร้างอาคาร หรือดัดแปลงอาคาร สำหรับอาคารที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ พ.ศ.2552” ซึ่งอาคารที่อยู่ในข่ายได้รับนิรโทษกรรมคือ อาคารที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2535 &#8211; 7 สิงหาคม 2543 และ ได้หยุดก่อสร้างไป และเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาอาคารสร้างค้างในกรุงเทพฯทางศูนย์ข้อมูลฯ จึงจัดสัมมนาเพื่อนำเสนอจำนวนอาคารสร้างค้างที่มีอยู่ในปัจจุบัน</p>
<p><span id="more-398"></span></p>
<p>นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ให้ข้อมูลในเรื่องนี้หลังจากได้ทำการสำรวจแล้วพบว่า “สถานการณ์อาคารสร้างค้างในกรุงเทพฯ” ในช่วงเกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ก่อให้เกิดจำนวนอาคารสร้างค้างในกรุงเทพฯ โดยจากการสำรวจตัวเลขในช่วงปี 2544 ซึ่งเป็นช่วงที่ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวนั้น มีอาคารสร้างค้างรวม 508 อาคาร หลังจากนั้นได้เริ่มมีนักลงทุนนำ อาคารสร้างค้างดังกล่าวกลับมาปรับปรุง เพื่อสร้างเป็นซัพพลายใหม่เข้าสู่ระบบอีกครั้ง เฉพาะในช่วงปี 2546-2549 ถือเป็นช่วงที่คึกคักมากที่สุด สำหรับการนำอาคารสร้างค้างมาปรับปรุงใหม่ เริ่มจากในปี 2546 ที่มีการนำอาคารสร้างค้างมาปรับปรุงใหม่เป็นครั้งแรก โดย ณ สิ้นปีดังกล่าวได้ลดลงเหลือ 423 อาคาร</p>
<p>ต่อมาในปี 2549 ได้ทำการสำรวจอีกครั้ง พบว่ามีการปรับปรุงอาคารเก่าอย่างต่อเนื่อง ณ สิ้นปีดังกล่าว อาคารสร้างค้างจึงลดลงเหลือ 301 อาคาร ในปี 2551 มีอาคารสร้างค้างลดเหลือ 213 อาคาร และจากการ สำรวจล่าสุด ณ เดือนมกราคม 2553 มีอาคาร สร้างค้างลดเหลือ 205 อาคารและอยู่ระหว่างก่อสร้าง 25 อาคาร รวมจำนวนอาคารเก่าที่ปรับปรุงไปแล้วตั้งแต่ปี 2546 เท่า กับ 278 อาคาร</p>
<p>อย่างไรก็ตาม นายสัมมา กล่าวแสดงความเห็นว่า หลังจากที่รัฐปลดล็อกเรื่องการต่ออายุใบอนุญาตก่อสร้าง อาคารหรือดัดแปลงอาคาร ให้กลับเข้ามาสู่ระบบอสังหาริมทรัพย์ใหม่อีกครั้ง เชื่อว่าอาคารสร้างค้างในกรุงเทพฯ ที่มีอยู่ 205 อาคาร จะถูกนำกลับมาปรับปรุงใหม่ สร้างความคึกคักในตลาด ปี 2553 นี้</p>
<p>จากปัจจุบันจากการสำรวจล่าสุดของศูนย์ข้อมูลฯ ณ วันที่ 14 มกราคม 2553 นี้พบว่าที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ในช่วง 10 เดือนของปี 2552 ที่ผ่านมาใน เขตกรุง เทพฯ และ 5 จังหวัด ปริมณฑล (นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สมุทรสาครและนครปฐม) ทั้งแนว ราบและแนวสูง (ห้องชุดคอนโดมิเนียม) มีรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 72,400 หน่วย เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วง เดียวกันในปี 2551</p>
<p>โดยจำนวนดังกล่าวแบ่งออกเป็นอาคารชุดประมาณ 34,950 หน่วย คิดเป็น 48% เพิ่มขึ้น 31% และที่อยู่อาศัยแนว ราบประมาณ 37,450 หน่วย หรือ 52% ลดลง 13% และในจำนวนที่อยู่อาศัยแนวราบ ทั้งหมด แบ่งออกเป็นบ้านเดี่ยวประมาณ 25,160 หน่วย คิดเป็น 35% ของหน่วยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ทั้ง หมด เป็นทาวน์เฮาส์ประมาณ 8,830 หน่วย คิดเป็น 12% อาคารพาณิชย์ประมาณ 2,380 หน่วย คิดเป็น 3% และบ้านแฝดประมาณ 1,080 หน่วย คิดเป็น 2% และ ยังสำรวจพบอีกว่า 10 เขตที่มีที่อยู่อาศัยแนวราบ สร้างเสร็จจดทะเบียนมากที่สุดคือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอลำลูกกา อำเภอบางบัวทอง อำเภอเมืองนนทบุรี อำเภอเมืองปทุมธานี เขตหนองจอก เขตสายไหม เขตบางขุนเทียน อำเภอเมืองสมุทรสาคร และเขตคลองสามวา ซึ่งมีจำนวนหน่วยรวมกันคิดเป็น 42% ของที่อยู่อาศัย สร้างเสร็จจดทะเบียนทั้งหมดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล</p>
<p>ส่วนอาคารชุด 34,950 หน่วยนั้น มีโครงการเอื้ออาทรจากการเคหะแห่งชาติจำนวนประมาณ 12,650 หน่วย ในจังหวัดสมุทรสาคร นครปฐม สมุทรปราการ นนทบุรี และกรุงเทพฯ ในเขตดอนเมืองและเขตหนองแขม</p>
<p><strong>ที่มา</strong> นสพ.สยามธุรกิจ 22/02/2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamyota.com/reic-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-205-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ก่อสร้างไทย &#8216;บุกบาห์เรน&#8217;</title>
		<link>http://siamyota.com/%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%99/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25a2-%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%258c%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2599</link>
		<comments>http://siamyota.com/%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Feb 2010 16:06:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[งานก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[บาห์เรน]]></category>
		<category><![CDATA[วงการก่อสร้าง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siamyota.com/?p=394</guid>
		<description><![CDATA[ก่อสร้างไทย &#8216;บุกบาห์เรน&#8217; แหล่งข่าวระดับสูงในวงการก่อสร้างเปิดเผยว่าผลประชุมล่าสุดระหว่าง 4 สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างประกอบด้วยสมาคม อุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมสถาปนิกสยามแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย และสมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย ถึงการเตรียมความพร้อมในการไปประมูลงานออกแบบและก่อสร้างที่อยู่อาศัย 10,000 ยูนิตที่ประเทศบาห์เรนว่าที่ประชุมได้เห็นชอบที่จะให้ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน)เป็นแกนนำในการประมูลงานในครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่ามีความพร้อมทุกด้านไม่ว่าจะเป็นฐานะการเงิน ความน่าเชื่อถือเป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกทั้งยังมี ประสบการณ์ที่เคยทำงานในต่างประเทศมาก่อน เป็นต้น &#8220;อิตาเลียนไทยมีความพร้อมทุกด้าน มีความเป็นอินเตอร์จึงจะทำหน้าที่เป็นหัวหอกในการนำทีมผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อไปดูลู่ทางกันก่อน เพราะขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดใด ๆ เพียงแต่ทางประธานผู้แทนการค้าไทย คุณเกียรติ สิทธีอมร ได้เชิญชวนให้ไปประมูลงานสร้างที่อยู่อาศัยที่บาห์เรน ประมาณ 10,000 ยูนิตเท่านั้น มูลค่าหลังละ 5 ล้านบาทหรือรวมมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาท ซึ่งต้องประมูลแข่งขันกับประเทศอื่นด้วย&#8221; ด้านนายศุภชัย รักพานิชมณี อุปนายกฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่าจากการหารือกันของ 4 สมาคมได้แนวทางที่จะทำงานร่วมกันในลักษณะ เทิร์นคีย์โปรเจ็กต์ และแต่ละสมาคมก็ได้เชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมประชุม ซึ่งผลสรุปจะใช้บริษัทรับเหมาก่อสร้างเป็นตัวยืนเป็นหัวหน้าทีมในการดำเนินการเพราะ 80-90%ของมูลค่าโครงการคืองบประมาณในการก่อสร้าง ส่วนที่เหลือเป็นงานด้านออกแบบ และอื่นๆ &#8220;อีกทั้งผลการประชุมผู้เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1>
<p><div id="attachment_395" class="wp-caption aligncenter" style="width: 531px"><a href="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/construction.jpg"><img class="size-full wp-image-395" title="สยามโยธา" src="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/construction.jpg" alt="สยามโยธา" width="521" height="652" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบบทความ ก่อสร้างไทย &#39;บุกบาห์เรน&#39;</p></div></h1>
<h1>ก่อสร้างไทย &#8216;บุกบาห์เรน&#8217;</h1>
<p>แหล่งข่าวระดับสูงในวงการก่อสร้างเปิดเผยว่าผลประชุมล่าสุดระหว่าง 4 สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างประกอบด้วยสมาคม อุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  สมาคมสถาปนิกสยามแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย และสมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย  ถึงการเตรียมความพร้อมในการไปประมูลงานออกแบบและก่อสร้างที่อยู่อาศัย 10,000 ยูนิตที่ประเทศบาห์เรนว่าที่ประชุมได้เห็นชอบที่จะให้ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน)เป็นแกนนำในการประมูลงานในครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่ามีความพร้อมทุกด้านไม่ว่าจะเป็นฐานะการเงิน ความน่าเชื่อถือเป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกทั้งยังมี ประสบการณ์ที่เคยทำงานในต่างประเทศมาก่อน เป็นต้น</p>
<p><span id="more-394"></span></p>
<p>&#8220;อิตาเลียนไทยมีความพร้อมทุกด้าน มีความเป็นอินเตอร์จึงจะทำหน้าที่เป็นหัวหอกในการนำทีมผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อไปดูลู่ทางกันก่อน เพราะขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดใด ๆ เพียงแต่ทางประธานผู้แทนการค้าไทย คุณเกียรติ สิทธีอมร ได้เชิญชวนให้ไปประมูลงานสร้างที่อยู่อาศัยที่บาห์เรน ประมาณ 10,000 ยูนิตเท่านั้น มูลค่าหลังละ 5 ล้านบาทหรือรวมมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาท ซึ่งต้องประมูลแข่งขันกับประเทศอื่นด้วย&#8221;</p>
<p>ด้านนายศุภชัย รักพานิชมณี  อุปนายกฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่าจากการหารือกันของ 4 สมาคมได้แนวทางที่จะทำงานร่วมกันในลักษณะ เทิร์นคีย์โปรเจ็กต์ และแต่ละสมาคมก็ได้เชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมประชุม ซึ่งผลสรุปจะใช้บริษัทรับเหมาก่อสร้างเป็นตัวยืนเป็นหัวหน้าทีมในการดำเนินการเพราะ  80-90%ของมูลค่าโครงการคืองบประมาณในการก่อสร้าง ส่วนที่เหลือเป็นงานด้านออกแบบ และอื่นๆ</p>
<p>&#8220;อีกทั้งผลการประชุมผู้เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยังได้มีมติให้มีการรวมกลุ่มผู้ประกอบการไทยตั้งเป็นทีมใช้ชื่อว่าทีม AEC THAILAND หรือ อะคิเทค เอ็นจิเนีย คอนสตรัคชัน ซึ่งหมายถึงสถาปนิก วิศวกร และผู้รับเหมา ที่มาร่วมกลุ่มเป็นทีมเพื่อเดินทางไปประมูลงานในต่างประเทศ อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>เนื่องจากหลังจากที่ผู้แทนการค้าไทยได้มีหนังสือเชิญชวนมายังภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องแล้วทั้งสมาคมสถาปนิก วิศวกรที่ปรึกษาต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมากจึงคิดว่าการรวมตัวเป็นทีมและไปในนามของชื่อแบรนด์ไทยแลนด์ น่าจะเหมาะสมและเกิดความคล่องตัวในการทำงานมากกว่าซึ่งจะสามารถทำงานประสานกับคณะทำงานอีกชุดหนึ่งที่มีกรรมการประกอบด้วยตัวแทนจากภาครัฐบาลและเอกชนที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน และตัวแทนจากภาคเอกชนร่วมเป็นคณะทำงาน&#8221;</p>
<p>ทั้งนี้นอกเหนือจากการก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่บาห์เรนแล้วยังมีงานในลักษณะดังกล่าวที่ลิเบีย และศรีลังกาอีกด้วย  โดยศรีลังกาต้องการบูรณะประเทศใหม่หลังเลิกรบกัน แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าเขาต้องการให้นำเงินไปลงทุนด้วย โดยรัฐบาลศรีลังกา จะผ่อนชำระคืนให้ในภายหลัง  อาจจะเป็นในรูปของบาร์เตอร์เทรด ซึ่งยังไม่มีความชัดเจน</p>
<p>แต่อย่างไรก็ดีถือเป็นนิมิตหมายที่ดีและเป้าหมายเริ่มมีความชัดเจนขึ้นในการที่ภาครัฐบาลให้การสนับสนุนผู้ประกอบการรับเหมาไทย ในการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ ส่วนจะประสบผลสำเร็จแค่ไหนนั้นต้องดูกันต่อไป</p>
<p>ด้านนายทวีจิตร   จันทรสาขา  นายกสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์  เปิดเผยว่า มีบริษัทสถาปนิกรายใหญ่-เล็กร่วม 40 รายแสดงความสนใจ ซึ่งในทางปฏิบัติจึงได้ตั้งคณะกรรมการขึ้น 7 คนเพื่อเตรียมความพร้อม ในการดำเนินการเมื่อได้งานแล้วขั้นตอนต่อไปจะมีการจดทะเบียนจัดตั้งในรูปของบริษัทร่วมค้า</p>
<p>นอกจากนี้ยังต้องศึกษารูปแบบรายละเอียดต่างๆ อย่างรอบคอบ เพราะหลายบริษัทมีประสบการณ์จากการรับงานในต่างประเทศมาแล้ว เพื่อนำมาปรับปรุงให้รัดกุมไม่ให้เกิดปัญหาและไม่เสียเปรียบเหมือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะประเด็นเรื่องกฎระเบียบ กฎหมายและข้อกำหนดต่าง ๆ  ข้อสัญญาที่ต้องรอบคอบและศึกษารายละเอียดเป็นอย่างดีไม่ให้เกิดปัญหา เหมือนโครงการสร้างศูนย์กีฬา เอเชี่ยนเกมส์ที่เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์เมื่อหลายปีก่อนเพราะไปในรูปองค์กร ทำให้มีปัญหาการเก็บเงิน</p>
<p>&#8220;เรามีบทเรียนแล้ว ครั้งนี้ไม่น่าเป็นปัญหา อีกทั้งทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่าบาห์เรนเป็นประเทศที่ดีที่สุดในตะวันออกกลาง เพราะมีทัศนคติที่ดีต่อคนไทย และมองว่าถ้าได้งานนี้มาคิดค่าธรรมเนียมออกแบบ 5% ก็เท่ากับพันกว่าล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นวงเงินที่สูงมาก จึงทำให้สถาปนิกให้ความสนใจกันมากและเบื้องต้นต้องส่งทีมงานไปบาห์เรนเพื่อสำรวจรายละเอียดก่อนเพราะขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน&#8221; นายทวีจิตร กล่าวและว่า</p>
<p>นอกจากนี้ยังต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนภาคเอกชนที่ไปรับงานในต่างประเทศเหมือนกับประเทศเพื่อนบ้านที่เขาทำกัน เพื่อให้เกิดการแข่งขันในเวทีระดับสากลได้ ทั้งเงินช่วยเหลือ จากสถาบันการเงินในรูปแบบการคิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพียง 0.05%  รัฐบาลเข้ามาค้ำประกันเงินกู้เพื่อไม่ให้เสียเปรียบ หรืออย่างกรณีประเทศมาเลเซีย ได้ให้การสนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปประมูลงานโดยรัฐออกให้ก่อนถ้าได้งานจะคืนให้ ถ้าไม่ได้ก็จ่ายคนละครึ่ง  หรือการจัดงานเรื่องงานธุรการ ฝั่งของคู่สัญญา ต้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ ด้านการจดทะเบียน ข้อกฏหมายในลักษณะ จีทูจีหรือรัฐบาลต่อรัฐบาล เป็นต้น</p>
<p>ด้านนายเกียรติ สิทธีอมร  ประธานผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยว่าประเทศบาห์เรนมีงานก่อสร้างที่อยู่อาศัยอยู่ 4.5 หมื่นยูนิต มูลค่ายูนิตละ 5 ล้านบาท แต่ไทยคงทำได้ประมาณ 1 หมื่นยูนิต ซึ่งปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้จะพาผู้ประกอบการภาคเอกชนเดินทางไปสำรวจรายละเอียด ซึ่งถ้าหากสนใจก็สามารถแจ้งความจำนงมาได้ หลังจากที่ได้มีหนังสือเชิญชวนผ่านไปทางองค์กรต่าง ๆ อาทิ สมาคมสถาปนิก  วิศวกร  ก่อสร้างและภาคอสังหาริมทรัพย์ ไปแล้ว</p>
<p>&#8220;นอกจากนี้ยังมีประเทศอื่นๆ ที่สนใจจะให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทยไปลงทุนเช่น หอการค้าสวีเดน ต้องการสร้างที่อยู่อาศัย50,000 ยูนิต  ลิเบีย ต้องการสร้างบ้าน 1แสนยูนิต รวมทั้งไนจีเรีย ที่จะให้ไปพัฒนาที่ดินด้วย&#8221;</p>
<p>ก่อนหน้านั้นยังมีการเซ็นเอ็มโอยูกับ 3 สถาบันการเงินเพื่อเตรียมให้การสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการไปแล้วได้แก่ ธนาคารเอสเอ็มอี ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) และธนาคารนำเข้าและส่งออกแห่งประเทศไทยหรือเอ็กซิมแบงก์</p>
<p><strong>ที่มา</strong> นสพ.ฐานเศรษฐกิจ 19/02/2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamyota.com/%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทิศทางอสังหาฯ ปี’53</title>
		<link>http://siamyota.com/%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%af-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e2%80%9953/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25a8%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25af-%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b5%25e2%2580%259953</link>
		<comments>http://siamyota.com/%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%af-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e2%80%9953/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Feb 2010 15:27:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[BOI]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้รับเหมาก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารชุด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siamyota.com/?p=391</guid>
		<description><![CDATA[ทิศทางอสังหาฯ ปี’53 งานสัมมนาใหญ่ 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้หัวข้อธุรกิจอสังหาฯ ดัชนีหลักชี้เศรษฐกิจปี 2553 มีขึ้นอีกครั้งเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนภาคธุรกิจเอกชน ภาครัฐ และนักวิชาการร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาฯในปีนี้ นายเกียรติ สิทธิอมร ผู้แทนการค้าไทย ในฐานะตัวแทนภาครัฐ กล่าวว่า ในมุมมองของตน คิดว่าขณะนี้อสังหาฯบางประเภทยังไปได้ดี อย่างตลาดคอนโดมิเนียมเกรดเอในเมือง ที่หลายโครงการมีต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดเต็มเพดาน 49% ของเนื้อที่อาคารชุด ผู้ประกอบการจึงต้องการให้ภาครัฐขยายเพดานเพิ่มขึ้น และขยายระยะเวลาเช่าซื้อที่อยู่อาศัยออกไปเป็น 90 ปี จากเดิมกฎหมายกำหนดไว้เพียง 30 ปี ในส่วนนี้ รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยจะขยายสัดส่วนการถือครองคอนโดฯเพิ่มขึ้น ซึ่งมอบหมายให้กรมที่ดินดำเนินการแล้ว ส่วนการต่ออายุมาตรการกระตุ้นอสังหาฯที่จะหมดอายุวันที่ 28 มีนาคมนี้ออกไปอีก 1 ปี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะเป็นผู้ชี้ขาด แนะอสังหาฯ-ก่อสร้างบุก ตปท. นอกจากตลาดในประเทศแล้ว ภาครัฐมีนโยบายที่จะผลักดันให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ และก่อสร้างขยายฐานไปทำธุรกิจในต่างประเทศอีกทางหนึ่ง โดยปี 2552 ที่ผ่านมา งานก่อสร้างทั่วโลกมีมูลค่าตลาดรวม 150 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้ เกือบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1 id="_mcePaste">
<p><div id="attachment_392" class="wp-caption aligncenter" style="width: 470px"><a href="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/pic3529.jpg"><img class="size-full wp-image-392" title="สยามโยธา" src="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/pic3529.jpg" alt="สยามโยธา" width="460" height="305" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบบทความ ทิศทางอสังหาฯ ปี’53</p></div></h1>
<h1>ทิศทางอสังหาฯ ปี’53</h1>
<div></div>
<div>งานสัมมนาใหญ่ 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้หัวข้อธุรกิจอสังหาฯ ดัชนีหลักชี้เศรษฐกิจปี 2553 มีขึ้นอีกครั้งเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนภาคธุรกิจเอกชน ภาครัฐ และนักวิชาการร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาฯในปีนี้</div>
<div id="_mcePaste">นายเกียรติ สิทธิอมร ผู้แทนการค้าไทย ในฐานะตัวแทนภาครัฐ กล่าวว่า ในมุมมองของตน คิดว่าขณะนี้อสังหาฯบางประเภทยังไปได้ดี อย่างตลาดคอนโดมิเนียมเกรดเอในเมือง ที่หลายโครงการมีต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดเต็มเพดาน 49% ของเนื้อที่อาคารชุด ผู้ประกอบการจึงต้องการให้ภาครัฐขยายเพดานเพิ่มขึ้น และขยายระยะเวลาเช่าซื้อที่อยู่อาศัยออกไปเป็น 90 ปี จากเดิมกฎหมายกำหนดไว้เพียง 30 ปี ในส่วนนี้ รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยจะขยายสัดส่วนการถือครองคอนโดฯเพิ่มขึ้น ซึ่งมอบหมายให้กรมที่ดินดำเนินการแล้ว ส่วนการต่ออายุมาตรการกระตุ้นอสังหาฯที่จะหมดอายุวันที่ 28 มีนาคมนี้ออกไปอีก 1 ปี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะเป็นผู้ชี้ขาด</div>
<div><span id="more-391"></span></div>
<div id="_mcePaste">แนะอสังหาฯ-ก่อสร้างบุก ตปท.</div>
<div id="_mcePaste">นอกจากตลาดในประเทศแล้ว ภาครัฐมีนโยบายที่จะผลักดันให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ และก่อสร้างขยายฐานไปทำธุรกิจในต่างประเทศอีกทางหนึ่ง โดยปี 2552 ที่ผ่านมา งานก่อสร้างทั่วโลกมีมูลค่าตลาดรวม 150 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้ เกือบ 50% หรือ 70 ล้านล้านบาท เป็นงานก่อสร้างในภูมิภาคเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง แต่ปีที่ผ่านมา มีผู้รับเหมาก่อสร้างไทยออกไปรับงานในต่างประเทศ คิดมูลค่ารวมกันกว่า 2 หมื่นล้านบาท หรือไม่ถึง 1% โอาสทางการตลาดจึงมีอีกมาก ในการนี้ ภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องได้กำหนดกลุ่มประเทศเป้าหมายที่ต้องการเข้าไปเจาะตลาดไว้แล้ว ได้แก่ประเทศลิเบีย บาห์เรน อินเดีย และเวียดนาม เป็นต้น</div>
<div id="_mcePaste">โดยรัฐบาลได้รับแจ้งจากบาห์เรนว่าต้องการโลว์คอสต์เฮาซิ่งระดับราคา 5 ล้านบาท/ยูนิต สูงถึง 4.5 หมื่นยูนิต ลิเบียต้องการที่อยู่อาศัยระดับเดียวกัน สูงถึง 1 แสนยูนิต ซึ่งขณะนี้มีบริษัทรับเหมาก่อสร้างเข้าไปรับงานในบาห์เรนแล้ว แต่ยังติดขัดเรื่องแหล่งเงินกู้ ซึ่งรัฐบาลได้ประสานให้สถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) สนับสนุนด้านสินเชื่อแล้ว</div>
<div id="_mcePaste">ส่วนเวียดนามปัจจุบันมีบริษัทพัฒนาอสังหาฯรายเดียวที่เข้าไปพัฒนาโครงการบนเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ ซึ่งได้รับการติดต่อว่าต้องการให้รัฐบาลไทยช่วยประสานงานเพื่อได้รับสิทธิ์พัฒนาโครงการในระดับ 7,000-10,000 ไร่ ต่อไปในอนาคต ภูมิภาคอาเซียนถือว่าเป็นตลาดที่มีอนาคต เพราะปี 2015 (พ.ศ. 2558) จะเกิดการรวมตัว &#8220;ประชาคมอาเซียน&#8221; เป็นตลาดเดียว เปิดโอกาสให้ชาติอาเซียนที่เข้ามาลงทุนข้ามประเทศถือหุ้นในสัดส่วนสูงสุด 70% ซึ่งประเมินว่าต้องใช้เงินลงทุนอีก 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในการก่อสร้าง เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางทุกประเทศให้ทั่วถึงกัน</div>
<div id="_mcePaste">ฝันค้างบีโอไอไม่ปรับเกณฑ์พื้นที่เขต 2-3</div>
<div id="_mcePaste">สำหรับมุมมองเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่มีผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาฯ จากที่ผู้ประกอบการเสนอให้คณะกรรมการ ส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ปรับเกณฑ์ ส่งเสริมการลงทุนบ้านบีโอไอในพื้นที่เขต 2 และ 3 รวมทั้งจังหวัดท่องเที่ยว อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา สงขลา ฯลฯ เป็นเกณฑ์เดียวกับเขต 1 เนื่องจากต้นทุนที่ดินแพงขึ้น ทำให้ไม่สามารถพัฒนาที่อยู่อาศัยราคา 6 แสนบาทได้อีกนั้น นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กล่าวว่า ยังมีที่ดินในเขต 2 และ 3 ที่ราคาไม่แพงนัก และสามารถนำมาพัฒนาได้อีกมาก จึงยังไม่ปรับเกณฑ์ส่งเสริมการลงทุนใหม่</div>
<div id="_mcePaste">ทั้งนี้ หลังปรับเกณฑ์บ้านบีโอไอใหม่ ปลายปี 2552 มีผู้ประกอบการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขต 1 จำนวน 52 โครงการ แบ่งเป็นอาคารชุด 3,350 ยูนิต บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ 5,812 ยูนิต ขณะที่เขต 2 และ 3 มีการยื่นขอส่งเสริม 613 ยูนิต เป็นอาคารชุด 75 ยูนิต บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ 538 ยูนิต</div>
<div id="_mcePaste">ต่ออายุมาตรการกระตุ้นยังต้องลุ้น</div>
<div id="_mcePaste">ด้านทิศทางธุรกิจอสังหาฯในปี 2553 นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย มองว่า ยังเป็นโอกาสของตลาดคอนโดฯ เหมือนปี 2552 และภาวะการแข่งขันยังเป็นรูปแบบเดิม ๆ เช่น เน้นพัฒนา โครงการในทำเลที่มีศักยภาพ แต่ราคาขายคอนโดฯมีแนวโน้มปรับขึ้นจากราคาน้ำมัน, วัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยที่น่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ</div>
<div id="_mcePaste">ส่วนมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ มองว่า รัฐบาลจะต่ออายุมาตรการอีก 1 ปี ไม่ให้บรรยากาศการลงทุนที่เริ่มดีขึ้นหยุดชะงัก ประกอบกับเศรษฐกิจแม้จะปรับตัวดีขึ้นมาก แต่ยังมีความผันผวนอยู่สูง จากปัจจัยเสี่ยง ทั้งเศรษฐกิจโลก และปัญหาทางการเมือง สอดคล้องกับข้อเสนอของ นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ที่ต้องการให้รัฐบาลปรับโครงสร้างภาษีการซื้อขายที่อยู่อาศัย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น จากเดิมระบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ ยังซ้ำซ้อน และพบว่าปัจจุบันผู้บริโภคต้องแบกรับภาษีและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ สูงถึง 7-10%</div>
<div>ขณะที่ นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย มองว่า ในส่วนของออฟฟิศบิลดิ้ง ศูนย์การค้า โรงแรม และรีสอร์ต ปี 2553 ยังต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงรอบด้านโดยตลาดออฟฟิศยังได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้ค่าเช่าออฟฟิศ เกรดเอปรับตัวลดลงต่ำวก่า 700 บาท/ตร.ม. หรือลดลง 5-7% แต่ซัพพลายใหม่ช่วง 1-2 ปีนี้จะมีน้อย ค่าเช่าจึงน่าจะปรับขึ้น และมีการลงทุนเพิ่มขึ้น</div>
<div id="_mcePaste">ด้านธุรกิจค้าปลีก แนวโน้มของตลาดไลฟ์สไตล์มอลล์ หรือคอมมิวนิตี้มอลล์ที่เน้นการทำตลาดแบบนิชมาร์เก็ตในทำเลต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด กลายเป็นธุรกิจที่มาแรง ที่ผ่านมามีโครงการในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นจำนวนมาก และแต่ละแห่งประสบความสำเร็จในแง่การขายพื้นที่ เช่น โครงการเพลินวาน ในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โครงการ Palio เขาใหญ่ คอมมิวนิตี้มอลล์ สไตล์อิตาลี ที่เน้นความแตกต่างด้านดีไซน์ สำหรับธุรกิจโรงแรม-รีสอร์ต อัตราการ เข้าพักจึงอยู่ในระดับที่ต่ำ</div>
<div id="_mcePaste"><strong>ที่มา</strong> นสพ.ประชาชาติธุรกิจ 19/02/2553</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamyota.com/%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%af-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e2%80%9953/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กรมชลฯทุ่ม 287 ล้าน สร้างฝายยางแก้แล้งพิจิตร</title>
		<link>http://siamyota.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%af%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1-287-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25af%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b8%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a1-287-%25e0%25b8%25a5%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599-%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%259d%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2589%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25a5%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25a3</link>
		<comments>http://siamyota.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%af%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1-287-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Feb 2010 15:18:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[กรมชลประทาน]]></category>
		<category><![CDATA[งบไทยเข้มแข็ง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ฝายเขื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยแล้ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siamyota.com/?p=388</guid>
		<description><![CDATA[กรมชลฯทุ่ม 287 ล้าน สร้างฝายยางแก้แล้งพิจิตร นายสนิท คันธี หัวหน้ากลุ่มงานก่อสร้าง 2 สำนักงานชลประทานที่ 3 วิศวกรผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ฝายหัวงานและอาคารประกอบ หรือฝายเขื่อนยางกั้นแม่น้ำยม บ้านจระเข้ผอม อ.สามง่าม จ.พิจิตร เปิดเผยความคืบหน้าการใช้งบไทยเข้มแข็งของรัฐบาลในการก่อสร้างฝายเขื่อนยางสามง่าม ว่าจากภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซากในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำยมของ จ.พิจิตร จนเป็นเหตุให้มีการเรียกร้องการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นที่ จ.แพร่ ซึ่งยังเป็นอนาคตอีกยาวไกลและดูเหมือนจะไกลเกินฝัน เนื่องจากมีอุปสรรคหลายปัจจัย ดังนั้น จึงพิจารณาว่า อ.สามง่าม ซึ่งมีแม่น้ำยมไหลผ่านในยามปกติ เวลาฤดูแล้งสภาพแม่น้ำยมแห้งขอดจนสามารถเดินข้ามได้ หรือเล่นฟุตบอลในแม่น้ำยมได้เลย แต่พอฤดูฝนก็เกิดน้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่ทำการเกษตรและบ้านเรือนราษฎรเสียหายและน้ำที่ไหลหลากก็ถูกระบายปล่อยทิ้งไป ดังนั้น กรมพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์ จึงได้เสนอโครงการก่อสร้างฝายเขื่อนยางสามง่ามขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำไว้ในแม่น้ำยม เพื่อใช้การชลประทานระบายสูบน้ำด้วยไฟฟ้า แจกจ่ายน้ำให้กับเกษตรกรต่อไป ล่าสุดได้มีการสรุปเลือกทำเลที่เหมาะสมและชาวบ้านที่มีการทำเวทีประชาคมแล้ว ว่าเหมาะสมก่อสร้างขึ้นที่ แม่น้ำยมบ้านจระเข้ผอม อ.สามง่าม จ.พิจิตร ประมาณพิกัด 47qpu 319205 ระวาง 5041iv ด้วยงบประมาณ 287 ล้านบาท โดยมีบริษัททิพากร จำกัด เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างระยะเวลาดำเนินโครงการ 720 วัน เริ่มวันที่ 2 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1 id="_mcePaste">
<p><div id="attachment_389" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a href="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/04-Minamiaiki-Dam-upper-lge.jpg"><img class="size-full wp-image-389" title="สยามโยธา" src="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/04-Minamiaiki-Dam-upper-lge.jpg" alt="สยามโยธา" width="600" height="468" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบบทความ กรมชลฯทุ่ม 287 ล้าน สร้างฝายยางแก้แล้งพิจิตร</p></div></h1>
<h1>กรมชลฯทุ่ม 287 ล้าน สร้างฝายยางแก้แล้งพิจิตร</h1>
<div></div>
<div>นายสนิท คันธี หัวหน้ากลุ่มงานก่อสร้าง 2 สำนักงานชลประทานที่ 3 วิศวกรผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ฝายหัวงานและอาคารประกอบ หรือฝายเขื่อนยางกั้นแม่น้ำยม บ้านจระเข้ผอม อ.สามง่าม จ.พิจิตร เปิดเผยความคืบหน้าการใช้งบไทยเข้มแข็งของรัฐบาลในการก่อสร้างฝายเขื่อนยางสามง่าม ว่าจากภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซากในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำยมของ จ.พิจิตร จนเป็นเหตุให้มีการเรียกร้องการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นที่ จ.แพร่ ซึ่งยังเป็นอนาคตอีกยาวไกลและดูเหมือนจะไกลเกินฝัน เนื่องจากมีอุปสรรคหลายปัจจัย</div>
<div><span id="more-388"></span></div>
<div id="_mcePaste">ดังนั้น จึงพิจารณาว่า อ.สามง่าม ซึ่งมีแม่น้ำยมไหลผ่านในยามปกติ เวลาฤดูแล้งสภาพแม่น้ำยมแห้งขอดจนสามารถเดินข้ามได้ หรือเล่นฟุตบอลในแม่น้ำยมได้เลย แต่พอฤดูฝนก็เกิดน้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่ทำการเกษตรและบ้านเรือนราษฎรเสียหายและน้ำที่ไหลหลากก็ถูกระบายปล่อยทิ้งไป ดังนั้น กรมพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์ จึงได้เสนอโครงการก่อสร้างฝายเขื่อนยางสามง่ามขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำไว้ในแม่น้ำยม เพื่อใช้การชลประทานระบายสูบน้ำด้วยไฟฟ้า แจกจ่ายน้ำให้กับเกษตรกรต่อไป ล่าสุดได้มีการสรุปเลือกทำเลที่เหมาะสมและชาวบ้านที่มีการทำเวทีประชาคมแล้ว ว่าเหมาะสมก่อสร้างขึ้นที่ แม่น้ำยมบ้านจระเข้ผอม อ.สามง่าม จ.พิจิตร ประมาณพิกัด 47qpu 319205 ระวาง 5041iv ด้วยงบประมาณ 287 ล้านบาท โดยมีบริษัททิพากร จำกัด เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างระยะเวลาดำเนินโครงการ 720 วัน เริ่มวันที่ 2 กรกฎาคม 2552 ถึง 21 มิถุนายน 2554</div>
<div id="_mcePaste">ทั้งนี้ จะเป็นรูปแบบการสร้างฝายยางขนาดสูง 2.50 เมตร ยาว 74 เมตร ขวางแม่น้ำยม ใช้ระบบปั๊มลมเข้าไปในฝายยางให้พองตัวขึ้นในยามที่ต้องการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง แต่เมื่อถึงฤดูน้ำหลากก็จะปล่อยลมให้ฝายยางยุบตัวลงระบายน้ำได้ปกติ ซึ่งจะเป็นผลดียามหน้าแล้งให้ชาวตำบลสามง่าม, ตำบลรังนก , กำแพงดิน ของอำเภอสามง่าม พื้นที่ 3 หมื่นไร่ ได้มีน้ำทำนาเป็นการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ได้อย่างยั่งยืน ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างแล้วเสร็จไปแล้วกว่า 30เปอร์เซ็นต์ คาดปี 2554 เสร็จแน่นอนตรงตามสัญญาจ้างดังกล่าว</div>
<div id="_mcePaste"><strong>ที่มา</strong> นสพ.ผู้จัดการ 19/02/2553</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamyota.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%af%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1-287-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;คมนาคม&#8221; ลุยเมกะโปรเจ็กต์! ชงของบฯปี’54 ทะลุ 2.4 แสนล้าน</title>
		<link>http://siamyota.com/%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1-%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%8c-%e0%b8%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%af%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e2%80%9954-%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b8-2-4-%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a1-%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b0%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2588%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%258c-%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25af%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b5%25e2%2580%259954-%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b8-2-4-%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a5%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599</link>
		<comments>http://siamyota.com/%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1-%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%8c-%e0%b8%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%af%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e2%80%9954-%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b8-2-4-%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 18 Feb 2010 16:52:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[คมนาคม]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบขนส่งมวลชน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siamyota.com/?p=378</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;คมนาคม&#8221; ลุยเมกะโปรเจ็กต์! ชงของบฯปี’54 ทะลุ 2.4 แสนล้าน แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า จากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีนโยบายจะทบทวนการกู้เงินโดยอาจชะลอออกพระราชบัญญัติเงินกู้ 4 แสน ล้านบาทออกไป หลังประเมินว่าภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ฟื้นตัวดีขึ้น ทำให้กระทรวงคมนาคมซึ่งขอจัดสรรงบประมาณจากเงินกู้ไว้จำนวนมากเกรงว่าจะได้ รับผลกระทบหากรัฐบาลชะลอออก พ.ร.บ.ดังกล่าว เบื้องต้นจึงได้เสนอขอจัดสรรงบประมาณปี 2554 สำหรับหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัด 241,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 200% เมื่อเทียบกับงบประมาณปี 2553 ที่ได้รับจัดสรรรวม 76,929 ล้านบาท โดยโยกงบฯของโครงการที่จะใช้งบฯเงินกู้เป็นงบฯ ปี 2554 แทน ส่งผลให้ยอดงบประมาณ ปี 2554 สูงขึ้นกว่าปีปกติที่จะยื่นคำขอประมาณ 1 แสนล้านบาทเศษ อย่างไรก็ตามการตั้งงบประมาณ ปี 2554 ของกระทรวง สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาลที่เน้นการลงทุนทางน้ำ ระบบขนส่งทางราง และระบบขนส่งมวลชนเป็นหลัก ซึ่งมีทั้งงบประมาณเวนคืนที่ดินโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง สีน้ำเงิน การปรับปรุงการบริหารของ ร.ฟ.ท.ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติมาแล้ว 3 ปี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1>
<p><div id="attachment_379" class="wp-caption aligncenter" style="width: 357px"><a href="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/under-construction.jpg"><img class="size-full wp-image-379" title="สยามโยธา" src="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/under-construction.jpg" alt="สยามโยธา" width="347" height="346" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบบทความ &quot;คมนาคม&quot; ลุยเมกะโปรเจ็กต์! ชงของบฯปี’54 ทะลุ 2.4 แสนล้าน</p></div></h1>
<h1>&#8220;คมนาคม&#8221; ลุยเมกะโปรเจ็กต์! ชงของบฯปี’54 ทะลุ 2.4 แสนล้าน</h1>
<p>แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า จากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีนโยบายจะทบทวนการกู้เงินโดยอาจชะลอออกพระราชบัญญัติเงินกู้ 4 แสน ล้านบาทออกไป หลังประเมินว่าภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ฟื้นตัวดีขึ้น ทำให้กระทรวงคมนาคมซึ่งขอจัดสรรงบประมาณจากเงินกู้ไว้จำนวนมากเกรงว่าจะได้ รับผลกระทบหากรัฐบาลชะลอออก พ.ร.บ.ดังกล่าว เบื้องต้นจึงได้เสนอขอจัดสรรงบประมาณปี 2554 สำหรับหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัด 241,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 200% เมื่อเทียบกับงบประมาณปี 2553 ที่ได้รับจัดสรรรวม 76,929 ล้านบาท โดยโยกงบฯของโครงการที่จะใช้งบฯเงินกู้เป็นงบฯ ปี 2554 แทน ส่งผลให้ยอดงบประมาณ ปี 2554 สูงขึ้นกว่าปีปกติที่จะยื่นคำขอประมาณ 1 แสนล้านบาทเศษ</p>
<p><span id="more-378"></span></p>
<p>อย่างไรก็ตามการตั้งงบประมาณ ปี 2554 ของกระทรวง สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาลที่เน้นการลงทุนทางน้ำ ระบบขนส่งทางราง และระบบขนส่งมวลชนเป็นหลัก ซึ่งมีทั้งงบประมาณเวนคืนที่ดินโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง สีน้ำเงิน การปรับปรุงการบริหารของ ร.ฟ.ท.ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติมาแล้ว 3 ปี (2553-2555) วงเงิน 1.53 แสนล้านบาท</p>
<p>รายละเอียดดังนี้ งบฯหน่วยงานราชการ 143,553 ล้านบาท หน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรสูงสุดคือ กรมทางหลวง 88,953 ล้านบาท กรมทางหลวงชนบท 37,398 ล้านบาท กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี 9,675 ล้านบาท กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) 4,366 ล้านบาท กรมการขนส่งทางอากาศ (ขอ.) 2,017 ล้านบาท สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) 593 ล้านบาท และสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม 551 ล้านบาท</p>
<p>ด้านหน่วยงานรัฐวิสาหกิจยื่นคำขอ 98,049 ล้านบาท โดย ร.ฟ.ท.ได้รับจัดสรรงบฯ 49,373 ล้านบาท การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) 28,684 ล้านบาท การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) 13,504 ล้านบาท องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) 5,893 ล้านบาท และสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) 595 ล้านบาท</p>
<p>นายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ทล.ยื่นของบฯปี 2554 88,953 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2553 ที่ได้รับจัดสรร 26,385 ล้านบาท แยกเป็นงบฯประจำ 6,087 ล้านบาท งบฯผูกพัน 14,947 ล้านบาท งบฯลงทุนใหม่ 67,919 ล้านบาท อาทิ ขยายถนน 4 ช่องจราจร (ระยะที่ 2) 6,094 ล้านบาท แก้ปัญหาจราจรใน กทม.และปริมณฑล 2,657 ล้านบาท ฯลฯ</p>
<p>โครงข่ายทางหลวงเชื่อมระหว่างประเทศ 1,059 ล้านบาท เพิ่มประสิทธิภาพทางหลวง 4,000 ล้านบาท บูรณะทางสายหลัก 6,000 ล้านบาท ก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง 1,500 ล้านบาท พัฒนาโครงข่ายทางหลวง 29,697 ล้านบาท บำรุงรักษาทาง 20,723 ล้านบาท โครงข่ายทางหลวงมีความปลอดภัย 5,822 ล้านบาท เช่น อำนวยความปลอดภัยและแก้ไขอุบัติเหตุทางถนน 4,000 ล้านบาท ปรับปรุงจุดเสี่ยง 1,000 ล้านบาท ฯลฯ</p>
<p>ด้านนายวิชาญ คุณากูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยในทำนองเดียวกันว่า งบประมาณปี 2554 วงเงิน 37,398 ล้านบาท มีโครงการถนนไร้ฝุ่น 1,900 กิโลเมตร 9,200 ล้านบาท บำรุงทางทั่วประเทศ 45,000 กิโลเมตร 9,000 ล้านบาท สร้างถนนเชื่อมโลจิสติกส์ 1,000 ล้านบาท เช่น ท่าเรือเชียงแสน 2 สะพาน เขียงของ 1 ท่าเรือปากบารา ถนนเพื่อการ ท่องเที่ยวฝั่งตะวันออกและตะวันตก 1,000 ล้านบาท สะพานชุมชน 400 ล้านบาท งบฯผูกพัน 5,000 ล้านบาท ถนนโครงการ พระราชดำริ 1,000-2,000 ล้านบาท</p>
<p>ขณะที่ พ.ท.ทวีสิน รักกตัญญู ผู้ว่าการ กทพ. กล่าวว่า ปีงบประมาณ 2554 กทพ. ขอจัดสรรงบฯสำหรับลงทุนโครงการทางด่วนสายใหม่ ศรีรัช-วงแหวนรอบนอก เป็นค่าเวนคืนที่ดินประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ที่เหลือเป็นงบฯผูกพันและค่าใช้จ่ายสำหรับชำระหนี้เงินกู้ 8,000-9,000 ล้านบาท</p>
<p><strong>ที่มา</strong> นสพ.ประชาชาติธุรกิจ 16/02/2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamyota.com/%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1-%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%8c-%e0%b8%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%af%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e2%80%9954-%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b8-2-4-%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดลายแทงรถไฟฟ้า 12 สาย อานิสงส์</title>
		<link>http://siamyota.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-12-%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%259f%25e0%25b8%259f%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2-12-%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2-%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25aa%25e0%25b9%258c</link>
		<comments>http://siamyota.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-12-%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 18 Feb 2010 16:35:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟฟ้าสายเชื่อมแอร์พอร์ตลิงก์]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟฟ้าสีเขียวอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟฟ้าสีแดงอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟฟ้าสีแดงเข้ม]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟฟ้่าสีเขียวเข้ม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siamyota.com/?p=375</guid>
		<description><![CDATA[เปิดลายแทงรถไฟฟ้า 12 สาย อานิสงส์ แผนแม่บทรถไฟฟ้าฉบับใหม่ 12 สายทาง 495 กิโลเมตร เงินลงทุนกว่า 8 แสนล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ 680 ตร.ก.ม. ได้รับไฟเขียวจาก &#8220;รัฐบาลมาร์ค&#8221; เรียบร้อยแล้ว และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) การันตีว่า จากนี้ไปอีก 10 ปีจะเดินหน้าตามแผนแม่บทใหม่โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน เจาะลึกในรายละเอียดแนวเส้นทางรถไฟฟ้าทั้ง 12 สายประกอบด้วย 1. สีแดงเข้ม (ธรรมศาสตร์-มหาชัย) ระยะทาง 80.8 ก.ม. เน้นให้บริการพื้นที่ชานเมือง-ปริมณฑลเพื่อเดินทางเข้าเมืองในแนวเหนือ-ใต้ มี &#8220;ช่วงธรรมศาสตร์-บางซื่อ&#8221; 36.3 ก.ม. เริ่มที่สถานีบางซื่อ จะยกระดับไปทางทิศเหนือข้ามทางด่วนที่กำแพงเพชร 2 รัช วิภา ขนานไปตามถนนวิภาวดีรังสิต ผ่านวัดเสมียนนารี แยกงามวงศ์วาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ หลักสี่ ดอนเมือง ลดเป็นระดับดินสู่สถานีรังสิต สิ้นสุดที่สถานีธรรมศาสตร์ บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รังสิต) เปิดใช้ปี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1>
<p><div id="attachment_376" class="wp-caption aligncenter" style="width: 410px"><a href="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/pic4059.jpg"><img class="size-full wp-image-376" title="สยามโยธา" src="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/pic4059.jpg" alt="สยามโยธา" width="400" height="479" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบบทความ เปิดลายแทงรถไฟฟ้า 12 สาย อานิสงส์</p></div></h1>
<h1>เปิดลายแทงรถไฟฟ้า 12 สาย อานิสงส์</h1>
<p>แผนแม่บทรถไฟฟ้าฉบับใหม่ 12 สายทาง 495 กิโลเมตร เงินลงทุนกว่า 8 แสนล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ 680 ตร.ก.ม. ได้รับไฟเขียวจาก &#8220;รัฐบาลมาร์ค&#8221; เรียบร้อยแล้ว และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) การันตีว่า จากนี้ไปอีก 10 ปีจะเดินหน้าตามแผนแม่บทใหม่โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน</p>
<p><span id="more-375"></span></p>
<p>เจาะลึกในรายละเอียดแนวเส้นทางรถไฟฟ้าทั้ง 12 สายประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. สีแดงเข้ม (ธรรมศาสตร์-มหาชัย)</strong> ระยะทาง 80.8 ก.ม. เน้นให้บริการพื้นที่ชานเมือง-ปริมณฑลเพื่อเดินทางเข้าเมืองในแนวเหนือ-ใต้ มี &#8220;ช่วงธรรมศาสตร์-บางซื่อ&#8221; 36.3 ก.ม. เริ่มที่สถานีบางซื่อ จะยกระดับไปทางทิศเหนือข้ามทางด่วนที่กำแพงเพชร 2 รัช วิภา ขนานไปตามถนนวิภาวดีรังสิต ผ่านวัดเสมียนนารี แยกงามวงศ์วาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ หลักสี่ ดอนเมือง ลดเป็นระดับดินสู่สถานีรังสิต สิ้นสุดที่สถานีธรรมศาสตร์ บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รังสิต) เปิดใช้ปี 2557</p>
<p>&#8220;ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง&#8221; 6.5 ก.ม. เริ่มจากสถานีบางซื่อยกระดับไปทิศใต้ถึงประดิพัทธ์ลดระดับลงอยู่ในระดับคลองแห้ง หรืออุโมงค์เปิด (open trench) ต่ำกว่าระดับดิน 10 เมตร ผ่านสามเสน สวนจิตรลดา สนามม้านางเลิ้ง ถึงเพชรบุรียกระดับเข้าสู่สถานีหัวลำโพง เปิดใช้ปี 2559</p>
<p>&#8220;ช่วงหัวลำโพง-บางบอน&#8221; 18 ก.ม. เปิดปี 2562 เริ่ม สถานีหัวลำโพงไปตามถนนมหาพฤฒาราม ริมคลองผดุงกรุงเกษม ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ ผ่านถนนลาดหญ้า เจริญรัถ แล้วหลบแนวอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน ข้ามถนนตากสินเข้าแนวทางรถไฟสายแม่กลองเดิม ผ่านถนนราชพฤกษ์ สิ้นสุดที่สถานีรางโพธิ์บริเวณวงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก</p>
<p>&#8220;ช่วงบางบอน-มหาชัย&#8221; 20 ก.ม. เริ่มต้นจากสถานีรางโพธิ์ ลดระดับเป็นระดับดินเข้าสู่เขต จ.สมุทรสาคร สิ้นสุดที่สถานีมหาชัยแห่งใหม่ เปิดใช้ปี 2572</p>
<p><strong>2. สีแดงอ่อน (ศาลายา-ตลิ่งชัน-หัวหมาก)</strong> 58.5 ก.ม. &#8220;ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน-ศาลายา&#8221; 14 ก.ม. เริ่มสถานีบางซื่อ ยกระดับผ่านบางซ่อน ก่อสร้างสะพานข้ามเจ้าพระยาทดแทนสะพานพระราม 6 เดิม ข้ามถนนจรัญสนิทวงศ์ ลดระดับเป็นระดับดิน ผ่านบางบำหรุ ตลิ่งชัน จุดตัดวงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก พุทธมณฑล สาย 2 และสาย 3 สิ้นสุดที่สถานีศาลายา บริเวณถนนพุทธมณฑล สาย 4 เปิดใช้ปี 2562</p>
<p>&#8220;ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน&#8221; 9 ก.ม. เริ่มสถานีบางซื่อ ยกระดับสูง 17 เมตร ไปทางทิศใต้ถึงถนนประดิพัทธ์ ลดระดับอยู่ในระดับของคลองแห้งต่ำกว่าระดับดิน 10 เมตร ผ่านสามเสน สวนจิตรลดา สนามม้านางเลิ้ง เลี้ยวผ่านทางด่วนที่กำแพงเพชร 5 และสายสีเขียวปัจจุบันที่สถานีพญาไท ถึงถนนราชปรารภ จะยกระดับข้ามทางด่วนสู่สถานีมักกะสัน เปิดใช้ปี 2559</p>
<p>&#8220;ช่วงบางบำหรุ-มักกะสัน&#8221; 10.5 ก.ม. เปิดใช้ปี 2572 เริ่ม ที่สถานีบางบำหรุ เป็นอุโมงค์ใต้ดิน ุสู่ถนนสิรินธร ผ่านจุดตัดถนนจรัญสนิทวงศ์ ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา ที่สะพานกรุงธน เข้าถนนราชวิถี ผ่าน โรงพยาบาลวชิระ สามเสน ม.ราชภัฏสวนสุนันทา ม.ราชภัฏสวนดุสิตสวนสัตว์ดุสิต พระราชวังสวนจิตรลดา อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผ่านแนวทางด่วนสู่ศูนย์มักกะสัน แล้วยกระดับอยู่ระดับคลองแห้ง บรรจบสายสีแดงอ่อนเดิม (ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน)</p>
<p>&#8220;ช่วงมักกะสัน-หัวหมาก&#8221; 10 ก.ม. เปิดใช้ปี 2559 เริ่มสถานีมักกะสัน เป็นทางยกระดับผ่านจุดตัดถนนประดิษฐ์มนูธรรม ถนนรามคำแหง ผ่านจุดตัดถนนศรีนครินทร์ สิ้นสุดที่สถานีหัวหมาก</p>
<p><strong>3. สายเชื่อมแอร์พอร์ตลิงก์ (บางซื่อ-พญาไท-สุวรรณภูมิ)</strong> 36.4 ก.ม. &#8220;ช่วงพญาไท-สุวรรณภูมิ&#8221; เปิดใช้เดือนเมษายนปี 2553 ระยะทาง 28.5 ก.ม. สายใหม่ &#8220;ช่วงบางซื่อ-พญาไท-ดอนเมือง&#8221; เริ่มต้นสถานีดอนเมืองไปทางทิศใต้เข้าสถานีบางซื่อ ถึงถนนประดิพัทธ์ ลดระดับอยู่ในระดับของคลองแห้ง (open trench) ผ่านสามเสน สวนจิตรลดา สนามม้านางเลิ้ง เลี้ยวทางทิศตะวันออก ต่อเชื่อมแอร์พอร์ตลิงก์ที่พญาไท เปิดใช้ปี 2562</p>
<p><strong>4. สีเขียวเข้ม (ลำลูกกา-สมุทรปราการ)</strong> 66.5 ก.ม. เชื่อมแหล่งที่อยู่อาศัยกับแหล่งงาน พาณิชยกรรม ตามถนนพหลโยธิน สุขุมวิท มี &#8220;ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่&#8221; 11.4 ก.ม. เปิดใช้ปี 2557 เริ่มต้นสถานีหมอชิตไปทางทิศเหนือ ข้ามห้าแยกลาดพร้าว รัชโยธิน ซอยเสนานิคม 1 กรมพัฒนาที่ดิน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมป่าไม้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กรมทหารราบที่ 11 วัดพระศรีมหาธาตุ และวงเวียนอนุสาวรีย์หลักสี่ สิ้นสุดที่สถานีสะพานใหม่</p>
<p>&#8220;ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ&#8221; 12.8 ก.ม. เปิดใช้ปี 2557 เริ่ม สถานีแบริ่งยกระดับ ไปทางทิศใต้ ผ่านจุดตัดทางแยกถนนเทพารักษ์ ปู่เจ้าสมิงพราย พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ โรงเรียนนายเรือ พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ ที่ว่าการอำเภอเมือง และศูนย์ราชการสมุทรปราการ จุดตัดถนนศรีนครินทร์ สิ้นสุดที่สถานีเคหะสมุทรปราการ</p>
<p>&#8220;ช่วงสะพานใหม่-คูคต&#8221; 7 ก.ม. เปิดใช้ปี 2562 เป็น ทางยกระดับเริ่มที่สถานีสะพานใหม่ ไปทิศเหนือ ผ่านโรงพยาบาล ภูมิพลฯ โรงเรียนนายเรืออากาศ และเลี้ยวไปทางทิศตะวันออกบริเวณซอยพหลโยธิน 54 เชื่อมถนนลำลูกกา บริเวณ ต.คูคต สิ้นสุดที่สถานีคูคต</p>
<p>&#8220;ช่วงคูคต-ลำลูกกา&#8221; 6.5 ก.ม. เปิดใช้ ปี 2572 จะยกระดับตามแนวเกาะกลางถนนลำลูกกา เริ่มที่สถานีคูคต มุ่งหน้าทางทิศตะวันออกจนสิ้นสุดที่สถานีวงแหวนรอบนอกตะวันออก และ &#8220;ช่วงสมุทรปราการ-บางปู&#8221; แผนปี 2572 ต่อ ขยายจากช่วง แบริ่ง-สมุทรปราการ ยกระดับตามแนวเกาะกลางสุขุมวิท เริ่มต้นที่สถานีเคหะสมุทรปราการ ไปทางทิศตะวันออก ผ่านนิคมฯบางปู สิ้นสุดที่สถานีตากอากาศบางปู</p>
<p><strong>5. สีเขียวอ่อน &#8220;สนามกีฬาแห่งชาติ- ยศเส&#8221;</strong> 1 ก.ม. เปิดใช้ปี 2562 เชื่อมบีทีเอสที่สนามกีฬา ตามถนนพระราม 1 สิ้นสุด ที่สถานียศเสเชื่อมกับสายสีแดงเข้ม</p>
<p><strong>6. สีน้ำเงิน (บางซื่อ-หัวลำโพง-ท่าพระ-พุทธมณฑล สาย 4)</strong> 55 ก.ม. เป็นเส้นทางวงแหวนที่กระจายการเดินทางต่อเชื่อม รถไฟใต้ดินปัจจุบัน &#8220;ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ&#8221; เชื่อมที่สถานีบางซื่อไปตามถนนประชาราษฎร์ สาย 2 ผ่าน แยกเตาปูน เพิ่มระดับจากใต้ดินเป็นยกระดับ ก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เลี้ยวเข้าถนนจรัญสนิทวงศ์ ผ่านบางพลัด จุดตัดถนน สิรินธร ผ่านบางขุนนนท์ สามแยกไฟฉาย สิ้นสุดที่สถานีท่าพระ เปิดใช้ปี 2559</p>
<p>&#8220;ช่วงหัวลำโพง-บางแค&#8221; เชื่อมที่สถานีหัวลำโพง ไปตามถนนเจริญกรุง ผ่านวัดมังกรฯ วรจักร วังบูรพา เลี้ยวเข้าถนนสนามไชย ผ่านวัดพระเชตุพน ก่อสร้างเป็นอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยามุ่งหน้าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตัดผ่านถนนอรุณอมรินทร์ อิสรภาพ ยกระดับก่อนเข้าสู่แยกท่าพระ เข้าสถานีท่าพระ ไปตามถนนเพชรเกษม ภาษีเจริญ บางแค วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก สิ้นสุดที่สถานีหลักสอง เปิดใช้ปี 2559</p>
<p>&#8220;ช่วงบางแค-พุทธมณฑล สาย 4&#8243; 8 ก.ม. เปิดใช้ปี 2572 แนวจะต่อเนื่องช่วงท่าพระ-บางแค ตามแนวเกาะกลางของถนนเพชรเกษม เริ่มต้นที่สถานีหลักสอง สิ้นสุดที่จุดตัดถนนพุทธมณฑล สาย 4</p>
<p><strong>7. สีม่วง (บางใหญ่-ราษฎร์บูรณะ)</strong> 42.8 ก.ม. &#8220;ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ&#8221; 23 ก.ม. กำลังก่อสร้างเปิดใช้ปี 2557 โครง สร้าง ยกระดับ เริ่มต้นที่สถานีเตาปูน ผ่านบางซ่อน ยกข้ามสะพานข้ามทางแยกถนนวงศ์สว่าง ถนนติวานนท์ กระทรวงสาธารณสุข รัตนาธิเบศร์ ศูนย์ราชการนนทบุรี สะพานพระนั่งเกล้า ซอยท่าอิฐ ข้ามทางแยก ต่างระดับจุดตัดถนนราชพฤกษ์ เลี้ยวเข้าวงแหวนรอบนอกตะวันตก ผ่านตลาดบางใหญ่ สิ้นสุดที่สถานีคลองบางไผ่</p>
<p>&#8220;ช่วงบางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ&#8221; 19.8 ก.ม. เปิดใช้ปี 2562 เริ่ม ต้นที่สถานีเตาปูน ลดระดับเป็นใต้ดินผ่านแยกเกียกกาย สามเสน ศรีย่าน โรงพยาบาลวชิระ หอสมุดแห่งชาติ บางขุนพรหม เลี้ยวเข้าถนนพระสุเมรุ สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ภูเขาทอง ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพระปกเกล้า ถนนประชาธิปก ลอดใต้อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ถนนสุขสวัสดิ์ แล้วยกระดับผ่านดาวคะนอง บางปะกอก ปลายทางที่ราษฎร์บูรณะ</p>
<p><strong>8. สีส้ม </strong>(ตลิ่งชัน-มีนบุรี) 37.5 ก.ม. เปิดใช้ปี 2562 แนว ตะวันออก-ตะวันตก เป็นอุโมงค์ใต้ดิน เริ่มที่สถานีตลิ่งชัน ผ่านโรงพยาบาลศิริราช ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา และเข้าสู่ถนนราชดำเนินบริเวณเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า สนามหลวง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถนนหลานหลวง เพชรบุรีตัดใหม่ ราชปรารภ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร แห่งที่ 2 ชุมชน ดินแดง วิภาวดีรังสิต เลี้ยวเข้าถนนประชาสงเคราะห์ ศูนย์วัฒนธรรมฯ เทียมร่วมมิตร ประชาอุทิศ ผ่านทางด่วน คลองแสนแสบ เลี้ยวเข้าถนนรามคำแหง หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ผ่านสนามกีฬาหัวหมาก แยกลำสาลี สิ้นสุดที่สถานีลำสาลี ถนนศรีบูรพา แล้วเริ่มยกระดับเข้าสู่สถานีบ้านคลองม้า ผ่านหมู่บ้านสัมมากร ยกระดับข้ามทางแยกต่างระดับบริเวณ จุดตัดวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก ผ่านเคหะรามคำแหง สิ้นสุดที่สถานีมีนบุรี</p>
<p><strong>9. สีชมพู (แคราย-มีนบุรี) </strong>36 ก.ม. เปิดใช้ปี 2562 โครง สร้างยกระดับ เริ่มที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี แยกแคราย ไปตามถนนติวานนท์ ผ่านแยกสนามบินน้ำ ซอยสามัคคี กรมชลประทาน เลี้ยวเข้าถนนแจ้งวัฒนะ ที่ห้าแยกปากเกร็ด ผ่านศูนย์ราชการกรุงเทพฯ แยกหลักสี่ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เลี้ยวเข้ารามอินทรา แยกลาดปลาเค้า เคหะรามอินทรา ซอยวัชรพล ยกข้ามทางด่วน ผ่านแยกนวมินทร์ วงแหวนรอบนอกตะวันออก แยกสวนสยาม สิ้นสุดที่สถานีมีนบุรี</p>
<p><strong>10. สีเหลือง (ลาดพร้าว-พัฒนาการ-สำโรง)</strong> 30.4 ก.ม. เปิดใช้ปี 2572 ยกระดับจากแยกรัชดาฯ-ลาดพร้าว เชื่อมรถไฟใต้ดินที่สถานีลาดพร้าว วิ่งตามถนนลาดพร้าว ผ่านซอยภาวนา โชคชัย 4 ทาง ด่วน ชุมชนแฮปปี้แลนด์ เลี้ยวเข้าสู่ถนนศรีนครินทร์ ข้ามสะพานข้ามทางแยกลำสาลี ผ่านจุดตัดถนนกรุงเทพกรีฑา ข้ามทางแยกต่างระดับตัดถนนศรีนครินทร์-พระราม 9 ผ่านพัฒนาการ ศรีนครินทร์ ซอยอุดมสุข ลาซาล แบริ่ง เทพารักษ์ จุดตัดถนนสุขุมวิท สิ้นสุดที่สถานีสำโรง</p>
<p><strong>11. สีเทา (วัชรพล-ลาดพร้าว-พระราม 4-สะพานพระราม 9) </strong>26 ก.ม. เปิดใช้ ปี 2572 รอง รับชุมชนย่านสาธุประดิษฐ์ และด้านตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเทพฯ เป็นโครงสร้างยกระดับตามแนวถนน ประดิษฐ์มนูธรรม ผ่านซอยนวลจันทร์ เกษตร-นวมินทร์ ประชาอุทิศ เลี้ยวเข้าเพชรบุรีตัดใหม่ ซอยทองหล่อ เข้าซอยสุขุมวิท 38, สุขุมวิท 40 ถนนพระราม 4 บริเวณตลาดคลองเตย พระราม 3 เลาะแนวทางเท้าเชื่อมถนนรัชดาภิเษกเลียบทางด่วน สิ้นสุดที่จุดตัดถนนพระรามที่ 3</p>
<p><strong>12. สีฟ้า (ดินแดง-สาทร) </strong>9.5 ก.ม. เปิดใช้ปี 2572 ยกระดับทั้งเส้น เริ่มต้นที่สถานีประชาสงเคราะห์ บริเวณศาลาว่าการ กทม.แห่งที่ 2 เลี้ยว เข้าประชาสงเคราะห์ ผ่านชุมชนดินแดง เข้าสู่พื้นที่ของศูนย์มักกะสัน วิทยุ ชุมชนหลังสวน สวนลุมพินี สาทร สิ้นสุดที่จุดตัดกับถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ที่สถานีช่องนนทรี</p>
<p><strong>ที่มา</strong> นสพ.ประชาชาติธุรกิจ 16/02/2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamyota.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-12-%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

