<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สยามโยธา ข่าวสาร วงการก่อสร้าง</title>
	<atom:link href="http://siamyota.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://siamyota.com</link>
	<description>คิดถึงเรื่องก่อสร้าง คิดถึง สยามโยธา</description>
	<lastBuildDate>Sat, 12 May 2012 03:55:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>ผังเมืองใหม่สะเทือนอสังหาฯ ปี 2555</title>
		<link>http://siamyota.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%af-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2555/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%259c%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b0%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25af-%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b5-2555</link>
		<comments>http://siamyota.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%af-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2555/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Mar 2012 19:02:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารชุด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siamyota.com/?p=540</guid>
		<description><![CDATA[ศูนย์ข้อมูลเผยทิศทางอสังหาริมทรัพย์ปี 55 หวั่นผังเมืองใหม่บั่นทอนความเชื่อมั่นตลาด แสนสิริ ขยับราคาบ้านขึ้น 2-3% หลังต้นทุนก่อสร้างพุ่ง 20% นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ทิศทางอสังหาริมทรัพย์ปี 2555 จะมีหลายปัจจัยเข้ามาส่งผลกระทบมาก ทั้งจากภาวะอากาศและการค้าเสรี รวมถึงกฎเกณฑ์ข้อบังคับใหม่ๆ ที่เข้มงวดขึ้น เช่น ผังเมือง การคมนาคม ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับรูปแบบโครงการ อาทิ ผังเมือง ใหม่ที่ออกมามีแนวโน้มว่าจะเข้มขึ้น เชื่อว่าจะมีผู้ประกอบการหลายรายขออนุญาตก่อสร้างอาคารสูงมากเป็นพิเศษก่อนที่จะถึงกำหนดผังเมืองประกาศใช้ แนวโน้มหลักการพัฒนาที่อยู่อาศัยในปี 55 อาคารสูงจะเกิดมากขึ้น สังเกตได้จาก 2 ปีที่ผ่านมา คอนโดมีสัดส่วนเกินกว่า 50% โดยเฉพาะก่อนประกาศผังเมืองใหม่ โซนที่น้ำท่วมและน้ำไม่ท่วม หากในปีนี้เกิดอุทกภัยซ้ำอีก ขณะเดียวกันผู้ประกอบการจะหันไปลงทุนในต่างจังหวัด เนื่องจากคนในชนบทมีกำลังซื้อมากขึ้น และการค้าชายแดนที่คึกคักขึ้น สำหรับทิศทางอสังหาฯ ปี 2555 การเปิดโครงการใหม่คาดว่าแนวราบจะอยู่ที่ 40,000 หน่วย ใกล้เคียงปี 54 ประเภทอาคารชุดเปิดใหม่ประมาณ 50,000-60,000 หน่วย เพิ่มจากปี 54 เล็กน้อย ส่วนแนวโน้มที่อยู่อาศัยในอนาคต [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_541" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-541" title="ผังเมืองใหม่สะเทือนอสังหาฯ ปี 2555 " src="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2012/03/136-300x225.jpg" alt="ผังเมืองใหม่สะเทือนอสังหาฯ ปี 2555 " width="300" height="225" /><p class="wp-caption-text">ผังเมืองใหม่สะเทือนอสังหาฯ ปี 2555</p></div>
<p>ศูนย์ข้อมูลเผยทิศทางอสังหาริมทรัพย์ปี 55 หวั่นผังเมืองใหม่บั่นทอนความเชื่อมั่นตลาด แสนสิริ ขยับราคาบ้านขึ้น 2-3% หลังต้นทุนก่อสร้างพุ่ง 20%<br />
นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ทิศทางอสังหาริมทรัพย์ปี 2555 จะมีหลายปัจจัยเข้ามาส่งผลกระทบมาก ทั้งจากภาวะอากาศและการค้าเสรี รวมถึงกฎเกณฑ์ข้อบังคับใหม่ๆ ที่เข้มงวดขึ้น เช่น ผังเมือง การคมนาคม ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับรูปแบบโครงการ อาทิ ผังเมือง<br />
ใหม่ที่ออกมามีแนวโน้มว่าจะเข้มขึ้น เชื่อว่าจะมีผู้ประกอบการหลายรายขออนุญาตก่อสร้างอาคารสูงมากเป็นพิเศษก่อนที่จะถึงกำหนดผังเมืองประกาศใช้<br />
แนวโน้มหลักการพัฒนาที่อยู่อาศัยในปี 55 อาคารสูงจะเกิดมากขึ้น สังเกตได้จาก 2 ปีที่ผ่านมา คอนโดมีสัดส่วนเกินกว่า 50% โดยเฉพาะก่อนประกาศผังเมืองใหม่ โซนที่น้ำท่วมและน้ำไม่ท่วม หากในปีนี้เกิดอุทกภัยซ้ำอีก ขณะเดียวกันผู้ประกอบการจะหันไปลงทุนในต่างจังหวัด เนื่องจากคนในชนบทมีกำลังซื้อมากขึ้น และการค้าชายแดนที่คึกคักขึ้น<br />
สำหรับทิศทางอสังหาฯ ปี 2555 การเปิดโครงการใหม่คาดว่าแนวราบจะอยู่ที่ 40,000 หน่วย ใกล้เคียงปี 54 ประเภทอาคารชุดเปิดใหม่ประมาณ 50,000-60,000 หน่วย เพิ่มจากปี 54 เล็กน้อย<br />
ส่วนแนวโน้มที่อยู่อาศัยในอนาคต จะมีสัดส่วนที่อยู่อาศัยมือสองเพิ่มมากขึ้น ขนาดของบ้านเล็กลง แต่หนึ่งครอบครัวจะมีบ้านหลายหลังเพิ่มมากขึ้น<br />
ด้านนายเมธา อังวัฒนพานิช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการแนวราบ บมจ.แสนสิริ เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนปรับขึ้นราคาบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ขึ้นประมาณ 2-3% ตามต้นทุนค่าวัสดุก่อสร้างบ้านที่สูงขึ้นทั้งหมด ทั้งเหล็กและคอนกรีตขึ้นราคาไปแล้ว 20% รวมถึงค่าแรงขั้นต่ำที่จะใช้ในเดือน เม.ย.นี้ด้วย โดยเป็นการปรับขึ้นต่อเนื่องหลังจากในต้นปีที่ผ่านมาได้ปรับขึ้นราคาไปแล้ว 10% เพราะได้รับผลกระทบจากปัญหาต้นทุนการสร้างบ้าน<br />
สำหรับแผนการเปิดโครงการบ้านใหม่ในปีนี้ เตรียมเปิดโครงการบ้านแนวราบใหม่ 25 โครงการ มูลค่ารวม 27,000 ล้านบาท แบ่งเป็น บ้านเดี่ยว 15 โครงการ มูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท ทาวน์เฮาส์ 10 โครงการ มูลค่า 7,000 ล้านบาท ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่ม พร้อมกันนี้ ยังได้ใช้งบซื้อที่ดินใหม่ 4,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการใหม่ในอนาคต<br />
ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายรายได้รวมโครงการบ้านแนวราบในปีนี้อยู่ที่ 15,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวมประมาณ 13,500 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายรายได้รวมของบริษัทในสิ้นปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 28,000 ล้านบาท.</p>
<p>thaipost.net</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamyota.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%af-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2555/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เม.ย.ปิดถนนสุขุมวิทขุดรถไฟฟ้าเสร็จปี59 หวั่นปัญหาก่อสร้างจุดตลาดสำโรง</title>
		<link>http://siamyota.com/%e0%b9%80%e0%b8%a1-%e0%b8%a2-%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%9b%e0%b8%b559-%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a1-%25e0%25b8%25a2-%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%259f%25e0%25b8%259f%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b559-%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b1%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%258d%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b3%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2587</link>
		<comments>http://siamyota.com/%e0%b9%80%e0%b8%a1-%e0%b8%a2-%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%9b%e0%b8%b559-%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Mar 2012 18:57:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดสำโรง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siamyota.com/?p=537</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่สำนักงานโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่งสมุทรปราการ นางสาวรัชนี ตรีพิพัฒน์กุล ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นายรณชิต แย้มสอาด รักษาการผู้ว่าการ รฟม. นายชัยสิทธิ์ คุรุรัตน์ รองผู้ว่าการ รฟม. ฝ่ายวิศวกรรมและก่อสร้าง ลงพื้นที่เปิดงานก่อสร้างโครงการ หลังจากลงนามสัญญาจ้าง บมจ.ช.การช่าง ค่าก่อสร้าง 14,088 ล้านบาท ไปตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา ก่อสร้างเป็นทางยกระดับตลอดเส้นระยะทาง 13 กม. เริ่มต้นต่อเนื่องจากรถไฟฟ้าบีทีเอสที่สถานีแบริ่ง ไปตามเกาะกลางถนนสุขุมวิท สิ้นสุดที่หน้าสถานีไฟฟ้าย่อยบางปิ้ง มี 9 สถานี ได้แก่ สถานีสำโรง ปู่เจ้าสมิงพราย เอราวัณ โรงเรียนนายเรือ สถานีสมุทรปราการ ศรีนครินทร์ แพรกษา สายลวด และสถานีเคหะสมุทรปราการ โดยมีศูนย์ซ่อมบำรุงอยู่ที่บริเวณสถานีไฟฟ้าย่อยบางปิ้ง ใช้เวลาก่อสร้าง 45 เดือน มีแผนเปิดให้บริการได้ประมาณต้นปี 2560 นางสาวรัชนี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_538" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-538" title="เม.ย.ปิดถนนสุขุมวิทขุดรถไฟฟ้าเสร็จปี59 หวั่นปัญหาก่อสร้างจุดตลาดสำโรง" src="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2012/03/15829-300x161.jpg" alt="เม.ย.ปิดถนนสุขุมวิทขุดรถไฟฟ้าเสร็จปี59 หวั่นปัญหาก่อสร้างจุดตลาดสำโรง" width="300" height="161" /><p class="wp-caption-text">เม.ย.ปิดถนนสุขุมวิทขุดรถไฟฟ้าเสร็จปี59 หวั่นปัญหาก่อสร้างจุดตลาดสำโรง</p></div>
<p>เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่สำนักงานโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่งสมุทรปราการ นางสาวรัชนี ตรีพิพัฒน์กุล ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นายรณชิต แย้มสอาด รักษาการผู้ว่าการ รฟม. นายชัยสิทธิ์ คุรุรัตน์ รองผู้ว่าการ รฟม. ฝ่ายวิศวกรรมและก่อสร้าง ลงพื้นที่เปิดงานก่อสร้างโครงการ หลังจากลงนามสัญญาจ้าง บมจ.ช.การช่าง ค่าก่อสร้าง 14,088 ล้านบาท ไปตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา ก่อสร้างเป็นทางยกระดับตลอดเส้นระยะทาง 13 กม. เริ่มต้นต่อเนื่องจากรถไฟฟ้าบีทีเอสที่สถานีแบริ่ง ไปตามเกาะกลางถนนสุขุมวิท สิ้นสุดที่หน้าสถานีไฟฟ้าย่อยบางปิ้ง มี 9 สถานี ได้แก่ สถานีสำโรง ปู่เจ้าสมิงพราย เอราวัณ โรงเรียนนายเรือ สถานีสมุทรปราการ ศรีนครินทร์ แพรกษา สายลวด และสถานีเคหะสมุทรปราการ โดยมีศูนย์ซ่อมบำรุงอยู่ที่บริเวณสถานีไฟฟ้าย่อยบางปิ้ง ใช้เวลาก่อสร้าง 45 เดือน มีแผนเปิดให้บริการได้ประมาณต้นปี 2560</p>
<p>นางสาวรัชนี เปิดเผยว่า ปัญหาของโครงการนี้จะมีเฉพาะแถวตลาดสำโรง ที่มีชุมชนหนาแน่น รวมถึงมีการจราจรหนาแน่นด้วย ซึ่งให้ รฟม.ลงพื้นที่ทำงานกับมวลชนในการชี้แจงประโยชน์ของโครงการอย่างต่อเนื่อง ความคืบหน้าในการเวนคืนโครงการอยู่ที่ 80%แล้ว และได้งบในส่วนนี้มาอีกประมาณ 100 ล้านบาท คาดว่าจะเสร็จทั้ง 100% ในเร็ว ๆ นี้ และจะส่งมอบพื้นที่ได้ทัน สำหรับการหาเอกชนมาเดินรถจะใช้วิธี พ.ร.บ.ร่วมทุน ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษา คาดว่าจะได้ข้อสรุปกลางปีนี้ ทั้งนี้สามารถเปิดให้เอกชนทุกรายเข้ามาแข่งขันได้อย่างเสรี เพราะมีศูนย์ซ่อมบำรุงเป็นของตัวเอง ส่วนการพิจารณาค่าโดยสารแรกเข้าระบบ หากเอกชนที่ชนะการประกวดราคาเดินรถไม่ใช่บีทีเอส ต้องเจรจากันก่อน ซึ่งจะมีผลถึงเรื่องการต่อขบวนรถของผู้โดยสารด้วย แต่เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา เพราะต่อไปจะมีการใช้ระบบตั๋วร่วม ที่อยู่ระหว่างการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ที่มีการพิจารณาโครงสร้างค่าโดยสารร่วมกัน โดยจะแล้วเสร็จในปี 2558 แต่โครงการนี้จะเปิดให้บริการในปี 2560 จึงไม่มีปัญหา</p>
<p>ด้านนายรณชิต เปิดเผยว่า รฟม.ให้ผู้รับเหมาเริ่มปิดช่องจราจรเริ่มก่อสร้างในเดือน เม.ย.นี้ หลังเทศกาลสงกรานต์ เพื่อเริ่มรื้อย้ายสาธารณูปโภคก่อน โดยจะวางแบริเออร์กั้นเกาะกลางถนนฝั่งละ 1 ช่อง รวมเป็น 2 ช่อง แต่ได้ติงให้ปิดตามความจำเป็นก่อนในช่วงแรก ลดผลกระทบการจราจร ซึ่งผู้รับเหมาจะเริ่มก่อสร้างจากจุดเชื่อมต่อสถานีแบริ่งก่อน.</p>
<p>thaicontractors.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamyota.com/%e0%b9%80%e0%b8%a1-%e0%b8%a2-%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%9b%e0%b8%b559-%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8216;มอเตอร์เวย์-ศรีนครินทร์-บางนา&#8217; โซน &#8216;ไพรมแอเรีย&#8217; เกิดใหม่</title>
		<link>http://siamyota.com/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25ad%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%258c%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%258c-%25e0%25b8%25a8%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%258c-%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b2-%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%258b%25e0%25b8%2599-%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25ad%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a2-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588</link>
		<comments>http://siamyota.com/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 09 Oct 2010 08:49:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าววงการก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[คอนโดมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[งานก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการก่อสร้าง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siamyota.com/?p=531</guid>
		<description><![CDATA[&#8216;มอเตอร์เวย์-ศรีนครินทร์-บางนา&#8217; โซน &#8216;ไพรมแอเรีย&#8217; เกิดใหม่ นับจากนี้ โซน &#8220;ศรีนครินทร์-บางนา&#8221; แหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญในพื้นที่กรุงเทพฯ โซนตะวันออก น่าจะคึกคักขึ้นได้อีก หลังจากเมกะเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ &#8220;อิเกีย&#8221; กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากสวีเดน ได้เปิดแผนลงทุนพัฒนาโครงการ &#8220;เมกา บางนา&#8221; มูลค่าลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท บนที่ดินกว่า 250 ไร่ ย่านบางนา-ตราด ก.ม.8 โดยโครงการนี้กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มทยอยเปิดบริการในช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 2554 นี่คือบิ๊กโปรเจ็กต์ที่ อิเกียตั้งเป้าจะดึงคนเข้ามาช็อปปิ้งได้ถึงปีละกว่า 5 ล้านคน และจะช่วยเพิ่มความคึกคักให้กับถนนสายนี้ ล่าสุดแหล่งข่าวจึงลงพื้นที่สำรวจความเคลื่อนไหวการลงทุนในทำเลดังกล่าว *** บิ๊กแบรนด์-คอมมิวนิตี้มอลล์ปักหมุด เส้นทางสำรวจเริ่มต้นจากเส้นทางบริเวณแยกพัฒนาการ สี่แยกที่ถนนอ่อนนุชคู่ขนานไปกับทางเลี่ยงเมืองพิเศษหมายเลข 7 หรือ &#8220;มอเตอร์เวย์&#8221; ทีมงาน มุ่งหน้าไปตามถนนศรีนครินทร์ จุดแรกที่ปะทะสายตาคือฝั่งขวามือที่มีโครงการของ บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเม้นท์ แบรนด์ &#8220;โนเบิล คิวบ์&#8221; ทาวน์เฮาส์เฟสใหม่พร้อมเข้าอยู่ ราคาเริ่มต้นยูนิตละ 4.95 ล้านบาท และ &#8220;โนเบิล เรสซิเดนส์&#8221; เป็นที่ดินเปล่าในโครงการนำออกขายจำนวน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_532" class="wp-caption aligncenter" style="width: 460px"><a href="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/10/pic4443.jpg"><img class="size-full wp-image-532" title="สยามโยธา" src="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/10/pic4443.jpg" alt="สยามโยธา" width="450" height="266" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบบทความ &#39;มอเตอร์เวย์-ศรีนครินทร์-บางนา&#39; โซน &#39;ไพรมแอเรีย&#39; เกิดใหม่</p></div>
<h1>&#8216;มอเตอร์เวย์-ศรีนครินทร์-บางนา&#8217; โซน &#8216;ไพรมแอเรีย&#8217; เกิดใหม่</h1>
<p>นับจากนี้ โซน &#8220;ศรีนครินทร์-บางนา&#8221; แหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญในพื้นที่กรุงเทพฯ โซนตะวันออก น่าจะคึกคักขึ้นได้อีก หลังจากเมกะเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ &#8220;อิเกีย&#8221; กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากสวีเดน ได้เปิดแผนลงทุนพัฒนาโครงการ &#8220;เมกา บางนา&#8221; มูลค่าลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท บนที่ดินกว่า 250 ไร่ ย่านบางนา-ตราด ก.ม.8 โดยโครงการนี้กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มทยอยเปิดบริการในช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 2554 นี่คือบิ๊กโปรเจ็กต์ที่ อิเกียตั้งเป้าจะดึงคนเข้ามาช็อปปิ้งได้ถึงปีละกว่า 5 ล้านคน และจะช่วยเพิ่มความคึกคักให้กับถนนสายนี้ ล่าสุดแหล่งข่าวจึงลงพื้นที่สำรวจความเคลื่อนไหวการลงทุนในทำเลดังกล่าว</p>
<p>*** บิ๊กแบรนด์-คอมมิวนิตี้มอลล์ปักหมุด</p>
<p>เส้นทางสำรวจเริ่มต้นจากเส้นทางบริเวณแยกพัฒนาการ สี่แยกที่ถนนอ่อนนุชคู่ขนานไปกับทางเลี่ยงเมืองพิเศษหมายเลข 7 หรือ &#8220;มอเตอร์เวย์&#8221; ทีมงาน มุ่งหน้าไปตามถนนศรีนครินทร์ จุดแรกที่ปะทะสายตาคือฝั่งขวามือที่มีโครงการของ บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเม้นท์ แบรนด์ &#8220;โนเบิล คิวบ์&#8221; ทาวน์เฮาส์เฟสใหม่พร้อมเข้าอยู่ ราคาเริ่มต้นยูนิตละ 4.95 ล้านบาท และ &#8220;โนเบิล เรสซิเดนส์&#8221; เป็นที่ดินเปล่าในโครงการนำออกขายจำนวน 30 แปลง ปัจจุบันกำลังออนแอร์หนังโฆษณาใหม่ที่มี &#8220;เก้ง-กวาง&#8221; เป็นตัวเดินเรื่อง เพื่อสื่อสารเป็นตัวแทนของความอิสระ และ จัดโปรโมชั่นส่วนลดสูงสุด 1.5 ล้านบาท ถึงวันที่ 30 กันยายนนี้ ถัดจากตึกโมเดอร์นฟอร์มทาวเวอร์มาไม่ไกลนัก เป็นที่ดินเปล่าของกลุ่มธนิยะที่ล้อมรั้วเตรียมขึ้นโครงการคอมมิวนิตี้มอลล์น้องใหม่ &#8220;ธัญญะ ช็อปปิ้ง พาร์ค&#8221; ด้วย งบประมาณ 2,500 ล้านบาท ออกแบบเป็นอาคาร 2 ชั้น 6 อาคารเชื่อมต่อถึงกัน มีพื้นที่โครงการถึง 7 หมื่นตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่เช่ารวม 700 ร้านค้า เพื่อเป็นแหล่งช็อปปิ้งชุมชนแห่งใหม่ในทำเลนี้ กำหนด เปิดบริการในช่วงเดือนธันวาคมปีหน้า จาก ที่ดินโครงการธัญญะ ช็อปปิ้ง พาร์ค ตรงไปตามถนนศรีนครินทร์ ก่อนถึงห้างซีคอนสแควร์ ด้านซ้ายมือเป็นที่ตั้งสำนักงานขายบริษัทรับสร้างบ้าน &#8220;ซีคอน&#8221; และยังมีที่ดินเปล่าแปลงใหญ่อยู่ด้านหลัง รวมเนื้อที่เกือบ 100 ไร่ ของตระกูล &#8220;ซอโสตถิกุล&#8221; ที่เตรียมไว้พัฒนาโครงการในอนาคต</p>
<p>*** คอนโดฯ-เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์เพียบ</p>
<p>ที่บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของโครงการคอนโดฯ และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ &#8220;เดอะนายน์ เพลส&#8221; สร้างเสร็จพร้อมอยู่มาพักใหญ่ ของบริษัท ศรีรุ่งสุขจินดา จำกัด สำหรับคอนโดฯปัจจุบันมีห้องชุดเหลือขายประมาณ 40 ยูนิต จากทั้งหมด 255 ยูนิต ทุกยูนิตตกแต่งเสร็จพร้อมอยู่ อาทิ เฟอร์นิเจอร์ ทีวี ตู้เย็น ครัวบิลท์-อิน มีพื้นที่ใช้สอย 34 ตารางเมตร เคาะราคาขาย 2.15 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 6.2 หมื่นบาทต่อตารางเมตร ต่อจากห้างซีคอนสแควร์ เป็นศูนย์การค้า &#8220;พาราไดซ์ พาร์ค&#8221; ที่กลุ่มสยามพิวรรธน์จับมือกับกลุ่มเอ็มบีเค (ศูนย์การค้ามาบุญครอง) เทกโอเวอร์ห้าง &#8220;เสรีเซ็นเตอร์&#8221; มาปัดฝุ่นใหม่ ภายในมีทั้ง ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมี่ยมอย่างวิลล่า มาร์เก็ต, โฮมโปรที่เพิ่งปรับโฉมใหม่ ฯลฯ จากนั้นเข้าสู่แยกศรีนครินทร์-อุดมสุข ซึ่งกำลังรถติดหนักเพราะกำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างอุโมงค์ลอดทางแยก หลังจากใช้เวลาประมาณ 15 นาที ฝ่าวงรถติดมาได้ ด้านขวามือสังเกตเห็นโครงการคอนโดมิเนียมของค่ายศุภาลัย แบรนด์ &#8220;ศุภาลัย ปาร์ค&#8221; ศรีนครินทร์ อยู่ตรงข้ามโรงแรมโนโวเทล เป็นตึกสูง 25 ชั้น 2 อาคาร เช็กข้อมูลโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปีที่ผ่านมา มีจำนวนทั้งหมดประมาณ 1,400 ยูนิต ปัจจุบันมีห้องชุดเหลือขายประมาณ 10% และอยู่ระหว่างนำห้องชุดขนาด 36 ตารางเมตร ตั้งแต่ชั้น 4-9 จำนวน 20 ยูนิต มาจัดโปรโมชั่นราคาพิเศษ 1.29 ล้านบาท พร้อมแถมเครื่องทำ น้ำอุ่น แอร์ และครัวบิลท์-อิน จากปกติขายห้องเปล่าราคา 1.5 ล้านบาท ฝั่งตรงกันข้ามยังมีโครงการ &#8220;เดอะสปิริตคอนโด&#8221; ของบริษัท ภิรมย์แลนด์ จำกัด เป็นอาคาร 8 ชั้น สร้างเสร็จพร้อมอยู่ มีห้องชุดเหลือขาย 8 ยูนิต จากทั้งหมด 79 ยูนิต แบบ 2 ห้องนอน เหลือขาย 7 ยูนิต พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 39.6 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.74 ล้านบาท หรือเฉลี่ยตารางเมตรละ 4 หมื่นปลาย ๆ พร้อมแถมเฟอร์นิเจอร์บิลท์-อิน ส่วนในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 23 ค่ายนี้เตรียมนำห้องชุดไปจัด โปรโมชั่นฟรีเงินดาวน์ 10% หรือถ้าคิด ง่าย ๆ คือมีส่วนลดประมาณ 10% จากราคาห้อง ส่วนที่เหลืออีก 90% สามารถ กู้แบงก์ได้เต็มจำนวน<br />
<strong>ที่มา</strong> ประชาชาติธุรกิจ 5/10/2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamyota.com/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แฟชั่นขุดทองตลาดคอนโดฯ แห่ลอนช์โปรเจ็กต์ใหม่ 4 วัน 2.3 หมื่นล้าน</title>
		<link>http://siamyota.com/%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%af-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-4-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-2-3-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%259f%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b1%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25af-%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%258a%25e0%25b9%258c%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2588%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%258c%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588-4-%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599-2-3-%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a5%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599</link>
		<comments>http://siamyota.com/%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%af-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-4-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-2-3-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 09 Oct 2010 08:30:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[คอนโดมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[วงการก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการหมู่บ้าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siamyota.com/?p=527</guid>
		<description><![CDATA[แฟชั่นขุดทองตลาดคอนโดฯ แห่ลอนช์โปรเจ็กต์ใหม่ 4 วัน 2.3 หมื่นล้าน แม้ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย แต่ก็สร้างเซอร์ไพรส์ ไม่น้อย เพราะช่วงระยะเวลาเพียงแค่ 4 วันตั้งแต่ 27-30 กันยายน ที่ผ่านมา บริษัทพัฒนาที่ดินพร้อมใจกัน เปิดตัว &#8220;คอนโดมิเนียม&#8221; รวมกันถึง13 โครงการ รวมมูลค่าสูงถึง 23,475 ล้านบาท อาจเป็นเพราะตั้งแต่ไตรมาส 2 ถึงช่วงต้นไตรมาส 3 ปี นี้ มีโครงการใหม่เปิดตัวน้อยมาก ผลพวงจากปัจจัยลบด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ดังนั้นเมื่อสถานการณ์ต่าง ๆ คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ดีเวลอปเปอร์จึงฉวยจังหวะลอนช์โปรดักต์ที่ชะลอลงทุนไว้ออกมาทันที ทำให้การเปิดตัวโครงการใหม่มากระจุกตัวช่วงไตรมาส 3-4 และบรรยากาศน่าจะร้อนแรงต่อเนื่องไปถึงปลายปี *** อสังหาฯนอกตลาดขอแจม หากจัดกลุ่มบริษัทที่เปิดตัวคอนโดฯในช่วงเวลาดังกล่าว แบ่งแยกได้เป็น 2 กลุ่มคือ 1) กลุ่มที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ขอเข้ามาแจมส่วนแบ่ง และ 2) บริษัท ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งถือเป็นผู้เล่น รายใหญ่ที่เปิดตัวโครงการแบบปูพรม พร้อมกันหลายทำเลในกลุ่มบริษัทพัฒนาที่ดินนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ เริ่มจาก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_528" class="wp-caption aligncenter" style="width: 410px"><a href="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/10/pic4442.jpg"><img class="size-full wp-image-528" title="สยามโยธา" src="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/10/pic4442.jpg" alt="สยามโยธา" width="400" height="455" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบบทความ แฟชั่นขุดทองตลาดคอนโดฯ แห่ลอนช์โปรเจ็กต์ใหม่ 4 วัน 2.3 หมื่นล้าน</p></div>
<h1>แฟชั่นขุดทองตลาดคอนโดฯ แห่ลอนช์โปรเจ็กต์ใหม่ 4 วัน 2.3 หมื่นล้าน</h1>
<p>แม้ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย แต่ก็สร้างเซอร์ไพรส์ ไม่น้อย เพราะช่วงระยะเวลาเพียงแค่ 4 วันตั้งแต่ 27-30 กันยายน ที่ผ่านมา บริษัทพัฒนาที่ดินพร้อมใจกัน เปิดตัว &#8220;คอนโดมิเนียม&#8221; รวมกันถึง13 โครงการ รวมมูลค่าสูงถึง 23,475 ล้านบาท อาจเป็นเพราะตั้งแต่ไตรมาส 2 ถึงช่วงต้นไตรมาส 3 ปี นี้ มีโครงการใหม่เปิดตัวน้อยมาก ผลพวงจากปัจจัยลบด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ดังนั้นเมื่อสถานการณ์ต่าง ๆ คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ดีเวลอปเปอร์จึงฉวยจังหวะลอนช์โปรดักต์ที่ชะลอลงทุนไว้ออกมาทันที ทำให้การเปิดตัวโครงการใหม่มากระจุกตัวช่วงไตรมาส 3-4 และบรรยากาศน่าจะร้อนแรงต่อเนื่องไปถึงปลายปี</p>
<p>*** อสังหาฯนอกตลาดขอแจม</p>
<p>หากจัดกลุ่มบริษัทที่เปิดตัวคอนโดฯในช่วงเวลาดังกล่าว แบ่งแยกได้เป็น 2 กลุ่มคือ 1) กลุ่มที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ขอเข้ามาแจมส่วนแบ่ง และ 2) บริษัท ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งถือเป็นผู้เล่น รายใหญ่ที่เปิดตัวโครงการแบบปูพรม พร้อมกันหลายทำเลในกลุ่มบริษัทพัฒนาที่ดินนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ เริ่มจาก &#8220;อพอลโล่ แอสเส็ท&#8221; ของกลุ่มทุนสิ่งทอ ประกาศปักธงคอนโดฯโลว์ไรส์ 8 ชั้น &#8220;VOQUE Residential Condominium&#8221; ในซอยสุขุมวิท 31 ลึกเข้าไป 800 เมตร ทั้งโครงการมี 74 ยูนิต เป็นห้องชุดแบบ 1 และ 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 48.5-122 ตร.ม. ราคาขาย เริ่มต้น 4.4 ล้านบาท เฉลี่ย ตร.ม.ละ 9 หมื่นบาทเศษตามมาด้วย &#8220;แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น&#8221; ซึ่งเปิดตัวโครงการ &#8220;วิสซ์ดอม คอนโดมิเนียม@ ปุณณวิถีสเตชั่น&#8221; ในซอยสุขุมวิท 64 ดักกำลังซื้อทำเลรถไฟฟ้าบีทีเอส ส่วนต่อขยาย (อ่อนนุช-แบริ่ง) เป็นตึกสูง 8 ชั้น 3 อาคาร 341 ยูนิต ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ครบ ออกแบบเป็นห้องชุด 1 ห้องนอน, 1 ห้องนอน +1 ห้องอเนกประสงค์ และ 2 ห้องนอน เคาะเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท ส่วน &#8220;บ้านราชประสงค์&#8221; แตกทำเลรุกตลาดคอนโดฯเมืองท่องเที่ยวในย่านพัทยา โครงการ &#8220;The Koral Home Resort &amp; Residence&#8221; บนทำเลใกล้กับโครงการตลาดน้ำพัทยา สูง 8 ชั้น 8 อาคาร 1,572 ยูนิต รวมมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ล่าสุดได้จัดแคมเปญในงานมหกรรมบ้านและ คอนโด ครั้งที่ 23 ลดราคาห้องชุดตกแต่งครบ 7.6 แสนบาท จากปกติ 9.5 แสนบาท อีก 2 รายที่เข้ามาแจมตลาดด้วย คือ &#8220;พระยาพาณิชย์ พร็อพเพอร์ตี้&#8221; เปิดตัวคอนโดฯใหม่ &#8220;แบงค์คอก ฮอไรซอน รัชดา-ท่าพระ&#8221; ย่านฝั่งธนฯ บนที่ดิน 3-2-75 ไร่ ใกล้ห้างเดอะมอลล์ท่าพระ จำนวน 710 ยูนิต แยกเป็นตึก &#8220;Lite&#8221; สูง 8 ชั้น 145 ยูนิต และตึก &#8220;Hite&#8221; สูง 30 ชั้น 565 ยูนิต พื้นที่ใช้สอย 24-59 ตร.ม. ราคา 1.56-3.83 ล้านบาท พรีเซล 9-10 ตุลาคมนี้ รายสุดท้าย &#8220;บิลท์แลนด์&#8221; บริษัท น้องใหม่ในเครือบริษัทรับเหมามหาชน &#8220;พรีบิลท์&#8221; ที่เก็บประสบการณ์งานก่อสร้างมาลุยธุรกิจพัฒนาที่ดิน ผุด &#8220;เดอะเทมโป้&#8221; ในทำเลพหลโยธินซอย 2 จำนวน 79 ยูนิต พื้นที่ใช้สอย 39.8-137.2 ตร.ม. ราคา เริ่มต้น 3.3 ล้านบาท หรือเริ่มต้น 7.9 หมื่นบาท/ตร.ม. มูลค่าโครงการ 350 ล้านบาท เบ็ดเสร็จเฉพาะบริษัทนอกตลาด หลักทรัพย์ฯ เปิดตัวคอนโดฯรวมกัน 6 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 4,580 ล้านบาท</p>
<p>*** &#8220;ศุภาลัย-แสนสิริ-เอเชี่ยน&#8221; ปูพรม 7 โครงการ</p>
<p>ฟากบริษัทมหาชน &#8220;ศุภาลัย&#8221; เปิดตัว &#8220;ศุภาลัย ปาร์ค ราชพฤกษ์-เพชรเกษม&#8221; บนที่ดินติดถนนเพชรเกษม เนื้อที่กว่า 6 ไร่ เยื้องมหาวิทยาลัยสยาม เป็นตึกสูง 35 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 835 ยูนิต มีห้องชุดแบบ 1-2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 33-58.5 ตร.ม. ราคาต่อยูนิตเริ่มต้นกว่า 1.3 ล้านบาท ไปจนถึง 2 ล้านปลาย ๆ เตรียมเปิดขายเป็นทางการ 7 ตุลาคมนี้ ขณะที่ &#8220;แสนสิริ&#8221; จะจัดอีเวนต์ &#8220;Sansiri Iconic Living&#8221; ระหว่างวันที่ 8-10 ตุลาคม ภายในรอยัลพารากอนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดตัว คอนโดฯแบรนด์ใหม่ 4 โปรเจ็กต์ ได้แก่ เดอะเบส สุขุมวิท 77 จำนวน 1,227 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 1.5 ล้านบาทต่อยูนิต, ดีคอนโด รามคำแหง (ใกล้เดอะมอลล์รามฯ) 1,114 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 1.38 ล้านบาทต่อยูนิต (ตกแต่งเฟอร์ฯครบ) ดีคอนโดฯ รามอินทรา (ซอยรามอินทรา 47) 825 ยูนิต ราคาเริ่มต้นประมาณ 1 ล้านบาทต่อยูนิต และออร์นิกซ์ พหลโยธิน จำนวน 620 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 2.3 ล้านบาท ภายในงานเฉพาะวันที่ 8 ตุลาคม จะจัดแคมเปญโครงการเดอะเบส สุขุมวิท 77 ให้ลูกค้าผ่อนดาวน์เริ่มต้นเดือนละ 999 บาท ส่วน &#8220;เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้&#8221; ปูพรมคอนโดฯแบรนด์ &#8220;ริทึ่ม&#8221; 3 ทำเลรวด เริ่มจาก ริทึ่ม สุขุมวิท 589 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท, ริทึ่ม พหล-อารีย์ 809 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 2.8 ล้านบาท และริทึ่ม สาทร 910 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 3.2 ล้านบาท เบ็ดเสร็จในฟากบริษัทมหาชน เปิดตัวคอนโดฯรวมกัน 7 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 18,800 ล้านบาท ถึงปลายปีตลาดคอนโดฯที่คึกคักอยู่แล้วน่าจะร้อนแรงขึ้นอีกกว่าเดิมหลายเท่าตัว<br />
<strong>ที่มา</strong> ประชาชาติธุรกิจ 5/10/2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamyota.com/%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%af-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-4-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-2-3-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดประมูลอีกรอบขุดอุโมงค์ &#8216;มไหศวรรย์&#8217;</title>
		<link>http://siamyota.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c-%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a8%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b8%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2584%25e0%25b9%258c-%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a8%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%258c</link>
		<comments>http://siamyota.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c-%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a8%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 23 Feb 2010 16:51:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ทางลอดสะพาน]]></category>
		<category><![CDATA[มไหศวรรย์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักการโยธา]]></category>
		<category><![CDATA[อุโมงค์]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดประมูล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siamyota.com/?p=407</guid>
		<description><![CDATA[เปิดประมูลอีกรอบขุดอุโมงค์ &#8216;มไหศวรรย์&#8217; หลังมีปัญหาฮั้วประมูลจนต้องยกเลิกโครงการไปกว่า 3 ปีที่ผ่านมา สำหรับโครงการก่อสร้างทางลอดบริเวณสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน หรือ อุโมงค์แยก &#8220;มไหศวรรย์&#8221; ย่านฝั่งธนของกรุงเทพมหานครขนาด 4 ช่องจราจร ระยะทาง 1.200 กิโลเมตร มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งต่อมากทม. ได้มีความพยายามอีกครั้งที่จะเปิดประมูลใหม่เมื่อปลายปี 2549 ต่อปี 2550 เมื่อมีการเคาะราคา ปรากฏว่าราคาออกมาเท่ากันทุกรายและไม่มีรายใดสนใจ เนื่องจากช่วงนั้นเกิดวิกฤติราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ที่สำคัญเหล็กราคาพุ่งจากกิโลกรัมละ 20 บาท เป็นกิโลกรัมละ 50 บาท ส่ง ผลให้ กทม.ต้องชะลอโครงการออกไป จากปัญหาจราจรติดขัดอย่างหนักในชั่วโมงเร่งด่วนในระแวกนั้น ประกอบกับเสียงร้องเรียนจากผู้ใช้รถใช้ถนนจำนวนมากล่าสุด สำนักการโยธากทม. ต้องเร่งปัดฝุ่นอุโมงค์เจ้าปัญหาอีกครั้ง ด้วยการเปิดประมูลรูปแบบอี-ออกชัน หาผู้รับ จ้างใหม่อีกรอบ ในอีก 3 เดือนข้างหน้านับจากนี้ ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างขั้นตอนเตรียมเอกสารและจัดทำแบบประกวดราคาขายให้กับผู้ที่สนใจซึ่งคาดว่า จะมีผู้รับเหมารายใหญ่ไม่น้อยกว่า 10-15 รายให้ความสนใจแข่งขันประมูลงาน อย่างไรก็ดีโครงการดังกล่าวล่าช้ามานาน ขณะที่สำนักการ โยธา กทม. ได้รับจัดสรรงบประมาณนานกว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_408" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/pic4070.jpg"><img class="size-full wp-image-408" title="สยามโยธา" src="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/pic4070.jpg" alt="สยามโยธา" width="300" height="166" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบบทความ เปิดประมูลอีกรอบขุดอุโมงค์ &#39;มไหศวรรย์&#39;</p></div>
<h1>เปิดประมูลอีกรอบขุดอุโมงค์ &#8216;มไหศวรรย์&#8217;</h1>
<p>หลังมีปัญหาฮั้วประมูลจนต้องยกเลิกโครงการไปกว่า 3 ปีที่ผ่านมา  สำหรับโครงการก่อสร้างทางลอดบริเวณสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน  หรือ อุโมงค์แยก &#8220;มไหศวรรย์&#8221;  ย่านฝั่งธนของกรุงเทพมหานครขนาด 4 ช่องจราจร ระยะทาง 1.200 กิโลเมตร  มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท   ซึ่งต่อมากทม. ได้มีความพยายามอีกครั้งที่จะเปิดประมูลใหม่เมื่อปลายปี 2549 ต่อปี 2550 เมื่อมีการเคาะราคา ปรากฏว่าราคาออกมาเท่ากันทุกรายและไม่มีรายใดสนใจ  เนื่องจากช่วงนั้นเกิดวิกฤติราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น  ที่สำคัญเหล็กราคาพุ่งจากกิโลกรัมละ 20 บาท เป็นกิโลกรัมละ 50 บาท  ส่ง ผลให้ กทม.ต้องชะลอโครงการออกไป</p>
<p><span id="more-407"></span></p>
<p>จากปัญหาจราจรติดขัดอย่างหนักในชั่วโมงเร่งด่วนในระแวกนั้น ประกอบกับเสียงร้องเรียนจากผู้ใช้รถใช้ถนนจำนวนมากล่าสุด  สำนักการโยธากทม.  ต้องเร่งปัดฝุ่นอุโมงค์เจ้าปัญหาอีกครั้ง ด้วยการเปิดประมูลรูปแบบอี-ออกชัน  หาผู้รับ จ้างใหม่อีกรอบ ในอีก 3 เดือนข้างหน้านับจากนี้  ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างขั้นตอนเตรียมเอกสารและจัดทำแบบประกวดราคาขายให้กับผู้ที่สนใจซึ่งคาดว่า จะมีผู้รับเหมารายใหญ่ไม่น้อยกว่า  10-15 รายให้ความสนใจแข่งขันประมูลงาน</p>
<p>อย่างไรก็ดีโครงการดังกล่าวล่าช้ามานาน  ขณะที่สำนักการ โยธา กทม. ได้รับจัดสรรงบประมาณนานกว่า 4-5 ปี  ในวงเงิน 1,000 ล้านบาท  ในทางกลับกันราคาวัสดุปรับตัวสูงขึ้น แม้เหล็กราคาจะลดลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา ยังถือว่าสูงมาก  แต่กทม.จะยึดวงเงินดังกล่าวไว้โดยจะยังไม่ปรับราคาเนื่องจากงบ ประมาณมีจำกัด</p>
<p>หากผู้รับเหมาไม่สนใจ ทางออกจะพิจารณาปรับวงเงินเพิ่มโดยนำงบประมาณจากส่วนอื่นมาใช้ หรือ ใช้วิธีปรับรูปแบบให้เล็กลง ขณะเดียวกันเชื่อว่าจะมีชาวบ้านร้องเรียนโดยเฉพาะรายที่อยู่บริเวณโครงการก่อสร้าง</p>
<p>ทั้งนี้ อุโมงค์มไหศวรรย์ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดการจราจรจะช่วย ระบายปริมาณรถที่มาจาก สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินตัดกับถนนรัชดาภิเษก ให้คล่องตัวขึ้นโดยใช้อุโมงค์โดยไม่ติดสัญญาณไฟและยังรับจราจรเชื่อมโยงไปยังอุโมงค์ บริเวณถนนจรัญสนิทวงศ์กับถนนพรานนก และอุโมงค์จรัญสนิทวงศ์กับถนนบรมราชชนนี ให้สะดวกรวดเร็ว ซึ่งอุโมงค์ ทั้ง 3 แห่งนี้ จะสามารถบรรเทารถติดขัดได้มากเพราะเป็นอุโมงค์ เชื่อมต่อกันตลอดแนว   ต่อไปผู้ใช้รถใช้ถนนไม่ต้องติดสัญญาณไฟอีกต่อไป</p>
<p>เชื่อว่า ผู้รับเหมาน่าจะแข่งขันเพื่อรับงานนี้ เพราะ นานๆ ครั้งจะมีโครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้น!!</p>
<p><strong>ที่มา</strong> นสพ.ฐานเศรษฐกิจ 22/02/2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamyota.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c-%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a8%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รถไฟประมูลรางคู่ 1.1 หมื่นล้าน ลัดคิวสาย &#8220;แปดริ้ว-แก่งคอย&#8221;</title>
		<link>http://siamyota.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88-1-1-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%259f%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2588-1-1-%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a5%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599-%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2-%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b4%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25a7-%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2</link>
		<comments>http://siamyota.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88-1-1-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 23 Feb 2010 16:41:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงคมนาคม]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[สศช.]]></category>
		<category><![CDATA[สะพานรถไฟ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siamyota.com/?p=404</guid>
		<description><![CDATA[รถไฟประมูลรางคู่ 1.1 หมื่นล้าน ลัดคิวสาย &#8220;แปดริ้ว-แก่งคอย&#8221; แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้หารือร่วมกับนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถึงแผนการลงทุนระบบรางของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และมีนโยบายให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนตามที่รัฐบาลปรับแผนการลงทุนที่เน้น ระบบทางรางมากขึ้นนั้น ล่าสุดทาง ร.ฟ.ท.ได้ส่งรายละเอียดข้อมูลภาพรวมโครงการลงทุนทั้งหมดของ ร.ฟ.ท. ซึ่งเป็นแผนลงทุนระยะเร่งด่วน 5 ปี (2553-2557) โดยลำดับความสำคัญโครงการเสร็จแล้ว หลังจากนี้จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการหรือบอร์ดของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณาในเดือนมีนาคมนี้ ขั้นตอนการพิจารณาของ สศช.จะเป็นเรื่องของการจัดหาแหล่งเงินลงทุนโครงการว่าจะนำมาจากแหล่งใดบ้าง อาทิ เงินลงทุนจากงบประมาณ งบฯไทยเข้มแข็ง หรือเงินกู้จากประเทศจีนที่ให้มา 400 ล้านเหรียญ เมื่อได้แหล่งเงินทุนครบแล้วก็จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติต่อไป ทั้งนี้ เมื่อ ครม.มีมติอนุมัติแล้ว ร.ฟ.ท.จะสามารถจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่างๆ ได้ทันที ในส่วนของวงเงินลงทุนตามกรอบเวลา 5 ปี เดิมเสนอแผนลงทุน 153,052 ล้าน บาท ต่อมาทาง สศช.ได้ดูรายละเอียดเบื้องต้น มีความเห็นว่าให้เพิ่มแผนลงทุนรถไฟรางคู่ช่วงฉะเชิงเทรา-คลอง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1>
<p><div id="attachment_405" class="wp-caption aligncenter" style="width: 490px"><a href="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/t1ds5.jpg"><img class="size-full wp-image-405" title="สยามโยธา" src="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/t1ds5.jpg" alt="สยามโยธา" width="480" height="360" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบบทความ รถไฟประมูลรางคู่ 1.1 หมื่นล้าน ลัดคิวสาย &quot;แปดริ้ว-แก่งคอย&quot;</p></div></h1>
<h1>รถไฟประมูลรางคู่ 1.1 หมื่นล้าน ลัดคิวสาย &#8220;แปดริ้ว-แก่งคอย&#8221;</h1>
<p>แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้หารือร่วมกับนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถึงแผนการลงทุนระบบรางของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และมีนโยบายให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนตามที่รัฐบาลปรับแผนการลงทุนที่เน้น ระบบทางรางมากขึ้นนั้น ล่าสุดทาง ร.ฟ.ท.ได้ส่งรายละเอียดข้อมูลภาพรวมโครงการลงทุนทั้งหมดของ ร.ฟ.ท. ซึ่งเป็นแผนลงทุนระยะเร่งด่วน 5 ปี (2553-2557) โดยลำดับความสำคัญโครงการเสร็จแล้ว หลังจากนี้จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการหรือบอร์ดของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณาในเดือนมีนาคมนี้</p>
<p><span id="more-404"></span></p>
<p>ขั้นตอนการพิจารณาของ สศช.จะเป็นเรื่องของการจัดหาแหล่งเงินลงทุนโครงการว่าจะนำมาจากแหล่งใดบ้าง อาทิ เงินลงทุนจากงบประมาณ งบฯไทยเข้มแข็ง หรือเงินกู้จากประเทศจีนที่ให้มา 400 ล้านเหรียญ เมื่อได้แหล่งเงินทุนครบแล้วก็จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติต่อไป ทั้งนี้ เมื่อ ครม.มีมติอนุมัติแล้ว ร.ฟ.ท.จะสามารถจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่างๆ ได้ทันที</p>
<p>ในส่วนของวงเงินลงทุนตามกรอบเวลา 5 ปี เดิมเสนอแผนลงทุน 153,052 ล้าน บาท ต่อมาทาง สศช.ได้ดูรายละเอียดเบื้องต้น มีความเห็นว่าให้เพิ่มแผนลงทุนรถไฟรางคู่ช่วงฉะเชิงเทรา-คลอง 19-แก่งคอย วงเงิน 11,348.35 ล้านบาท เพราะมีความพร้อมที่จะดำเนินการอยู่แล้ว รอแค่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ โดย สศช.เห็นว่าเมื่อ ร.ฟ.ท.จะทำรางคู่สายอื่นอยู่แล้วก็ควรจะนำสายนี้รวมเข้าไปด้วย ทำให้ต้องเพิ่มเงินลงทุนโดยรวมเป็น 164,401 ล้านบาท และเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแผนแล้ว ร.ฟ.ท. สามารถดำเนินการประมูลได้ทันที</p>
<p>แหล่งข่าวยังได้กล่าวถึงรายละเอียดแผนลงทุน 5 ปีว่า ในแผนทั้งหมดจะลำดับตามความสำคัญโครงการไว้ชัดเจน พร้อมทั้งกระจายการใช้เงินในแต่ละปี เฉลี่ยปีละ 2 หมื่น ล้านบาท โดยเงินก้อนแรก 86,942 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบฯลงทุนระหว่างปี 2553-2557 นั้นจะถูกนำมาใช้ในโครงการเร่งด่วนที่เกี่ยวเนื่องกับความปลอดภัยในการเดินรถ กว่า 7 หมื่นล้านบาท และด้านปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ปรับปรุงความแข็งแรงของทาง 2,272 กิโลเมตร เปลี่ยนหมอนรองรางเป็นคอนกรีต 1,382 กิโลเมตร เปลี่ยนรางเป็นขนาด 100 ปอนด์ ระยะทาง 2,835 กิโลเมตร เปลี่ยนประแจ ขยายทางระยะทางรวม 2,406 กิโลเมตร วงเงิน 23,700 กว่าล้านบาท</p>
<p>หลังจากนั้นจะเป็นงานปรับปรุงสะพานรถไฟในสายทางต่าง ๆ ให้รองรับน้ำหนักกดเพลา 20 ตัน/เพลา จำนวน 1,434 แห่ง วงเงิน 12,167 ล้านบาท การเปลี่ยนระบบอาณัติสัญญาณ 19,014 ล้านบาท เช่น ปรับปรุงระบบอาณัติสัญญาณเป็นไฟสีทั่วประเทศ 230 สถานี 11,358 ล้านบาท ติดตั้งระบบโครงข่ายคมนาคม 2,200 ล้านบาท ติดตั้งเครื่องกั้นถนนเสมอระดับ 5,456 ล้านบาท</p>
<p>ส่วนที่เหลืออีกประมาณกว่า 16,803 ล้านบาท แบ่งเป็นการจัดซื้อหัวรถจักรและล้อเลื่อน มีรถจักรดีเซลไฟฟ้า 13 คัน 2,145 ล้านบาท รถโดยสารรูปแบบชุด 6 ขบวนรองรับการขนส่งผู้โดยสารสำหรับรถไฟทางไกล 4,736 ล้านบาท รถจักรดีเซลไฟฟ้าทดแทนจีอี 50 คัน 6,562 ล้านบาท ซ่อมบำรุงรถจักรเดิม 56 คัน วงเงิน 3,360 ล้านบาท</p>
<p>&#8220;ทั้งหมดจะแล้วเสร็จในปี 2557 บางโครงการที่อยู่ภายใต้นโยบายของกระทรวง เช่น ทางรถไฟสายประธานทั้งหมด มีกำหนดให้แล้วเสร็จในปี 2556 ส่วนสายทางแยก ให้ดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2557 แผนลงทุนทั้งหมดจะเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2556 ต่อเนื่องปี 2557&#8243;</p>
<p>สำหรับการลงทุนระบบรางคู่ตามกรอบแผนลงทุนเร่งด่วน 5 สาย ระยะทางรวม 767 กิโลเมตร วงเงิน 66,110 ล้านบาท (ไม่รวมสายเพิ่มเติมฉะเชิงเทรา-คลอง 19-แก่งคอย) คาดว่าจะเริ่มได้ในปี 2554 เป็น ต้นไปจนถึงปี 2557 เนื่องจากในปีนี้ ร.ฟ.ท.จะต้องออกแบบรายละเอียดก่อนถึงจะดำเนินการได้ โดยการลงทุนรางคู่ 5 สายจะเป็นแผนลงทุนที่ต่อยอดจากที่สำนักงานนโยบายและแผนการ ขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ศึกษาความเหมาะสมของโครงการเสร็จแล้ว มี 3 สาย คือ 1) สายมาบกะเบา-นครราชสีมา 132 กิโลเมตร 11,640 ล้านบาท 2) สายลพบุรี-ปากน้ำโพ 118 กิโลเมตร 7,860 ล้านบาท และ3) สายนครปฐม-หนองปลา ดุก-หัวหิน 165 กิโลเมตร 16,600 ล้านบาท</p>
<p>ส่วนที่เหลือสายนครราชสีมา -ขอนแก่น 185 กิโลเมตร 13,010 ล้านบาท สายประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร 167 กิโลเมตร 17,000 ล้านบาท ทาง สนข.จะศึกษาความเหมาะสมให้ต่อไป</p>
<p>&#8220;ทางคู่สายแรกที่จะก่อสร้างได้ทันทีใน ปี 2553 คือ สายฉะเชิงเทรา-แก่งคอย-คลอง 19 ทาง ร.ฟ.ท.เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว รอเพียงมีมติ ครม.อนุมัติก็สามารถเปิดประมูลได้ทันที&#8221;</p>
<p><strong>ที่มา</strong> นสพ.ประชาชาติธุรกิจ 22/02/2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamyota.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88-1-1-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>REIC เอกซเรย์ตึกสร้างค้าง 205 แห่ง</title>
		<link>http://siamyota.com/reic-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-205-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=reic-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%258b%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b6%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2584%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587-205-%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587</link>
		<comments>http://siamyota.com/reic-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-205-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 23 Feb 2010 16:32:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[REIC]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อสร้างอาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[ดัดแปลงอาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารสร้างค้าง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siamyota.com/?p=398</guid>
		<description><![CDATA[REIC เอกซเรย์ตึกสร้างค้าง 205 แห่ง จากที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) ได้จัดสัมมนา “สถานการณ์ อาคาร สร้างค้างในกรุงเทพฯ” ซึ่งเชิญผู้เกี่ยวข้องหาทางออกร่วมกันหลังรัฐปลดล็อกต่อใบอนุญาต อาคารสร้างค้าง โดยสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศกฎกระทรวงนิรโทษกรรมอาคารสร้างค้าง ว่าด้วย “กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาต ก่อสร้างอาคาร หรือดัดแปลงอาคาร สำหรับอาคารที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ พ.ศ.2552” ซึ่งอาคารที่อยู่ในข่ายได้รับนิรโทษกรรมคือ อาคารที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2535 &#8211; 7 สิงหาคม 2543 และ ได้หยุดก่อสร้างไป และเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาอาคารสร้างค้างในกรุงเทพฯทางศูนย์ข้อมูลฯ จึงจัดสัมมนาเพื่อนำเสนอจำนวนอาคารสร้างค้างที่มีอยู่ในปัจจุบัน นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ให้ข้อมูลในเรื่องนี้หลังจากได้ทำการสำรวจแล้วพบว่า “สถานการณ์อาคารสร้างค้างในกรุงเทพฯ” ในช่วงเกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ก่อให้เกิดจำนวนอาคารสร้างค้างในกรุงเทพฯ โดยจากการสำรวจตัวเลขในช่วงปี 2544 ซึ่งเป็นช่วงที่ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวนั้น มีอาคารสร้างค้างรวม 508 อาคาร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1>
<p><div id="attachment_399" class="wp-caption aligncenter" style="width: 360px"><a href="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/building.jpg"><img class="size-full wp-image-399" title="สยามโยธา" src="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/building.jpg" alt="สยามโยธา" width="350" height="322" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบบทความ REIC เอกซเรย์ตึกสร้างค้าง 205 แห่ง</p></div></h1>
<h1>REIC เอกซเรย์ตึกสร้างค้าง 205 แห่ง</h1>
<p>จากที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) ได้จัดสัมมนา “สถานการณ์ อาคาร สร้างค้างในกรุงเทพฯ” ซึ่งเชิญผู้เกี่ยวข้องหาทางออกร่วมกันหลังรัฐปลดล็อกต่อใบอนุญาต อาคารสร้างค้าง</p>
<p>โดยสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศกฎกระทรวงนิรโทษกรรมอาคารสร้างค้าง ว่าด้วย “กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาต ก่อสร้างอาคาร หรือดัดแปลงอาคาร สำหรับอาคารที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ พ.ศ.2552” ซึ่งอาคารที่อยู่ในข่ายได้รับนิรโทษกรรมคือ อาคารที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2535 &#8211; 7 สิงหาคม 2543 และ ได้หยุดก่อสร้างไป และเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาอาคารสร้างค้างในกรุงเทพฯทางศูนย์ข้อมูลฯ จึงจัดสัมมนาเพื่อนำเสนอจำนวนอาคารสร้างค้างที่มีอยู่ในปัจจุบัน</p>
<p><span id="more-398"></span></p>
<p>นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ให้ข้อมูลในเรื่องนี้หลังจากได้ทำการสำรวจแล้วพบว่า “สถานการณ์อาคารสร้างค้างในกรุงเทพฯ” ในช่วงเกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ก่อให้เกิดจำนวนอาคารสร้างค้างในกรุงเทพฯ โดยจากการสำรวจตัวเลขในช่วงปี 2544 ซึ่งเป็นช่วงที่ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวนั้น มีอาคารสร้างค้างรวม 508 อาคาร หลังจากนั้นได้เริ่มมีนักลงทุนนำ อาคารสร้างค้างดังกล่าวกลับมาปรับปรุง เพื่อสร้างเป็นซัพพลายใหม่เข้าสู่ระบบอีกครั้ง เฉพาะในช่วงปี 2546-2549 ถือเป็นช่วงที่คึกคักมากที่สุด สำหรับการนำอาคารสร้างค้างมาปรับปรุงใหม่ เริ่มจากในปี 2546 ที่มีการนำอาคารสร้างค้างมาปรับปรุงใหม่เป็นครั้งแรก โดย ณ สิ้นปีดังกล่าวได้ลดลงเหลือ 423 อาคาร</p>
<p>ต่อมาในปี 2549 ได้ทำการสำรวจอีกครั้ง พบว่ามีการปรับปรุงอาคารเก่าอย่างต่อเนื่อง ณ สิ้นปีดังกล่าว อาคารสร้างค้างจึงลดลงเหลือ 301 อาคาร ในปี 2551 มีอาคารสร้างค้างลดเหลือ 213 อาคาร และจากการ สำรวจล่าสุด ณ เดือนมกราคม 2553 มีอาคาร สร้างค้างลดเหลือ 205 อาคารและอยู่ระหว่างก่อสร้าง 25 อาคาร รวมจำนวนอาคารเก่าที่ปรับปรุงไปแล้วตั้งแต่ปี 2546 เท่า กับ 278 อาคาร</p>
<p>อย่างไรก็ตาม นายสัมมา กล่าวแสดงความเห็นว่า หลังจากที่รัฐปลดล็อกเรื่องการต่ออายุใบอนุญาตก่อสร้าง อาคารหรือดัดแปลงอาคาร ให้กลับเข้ามาสู่ระบบอสังหาริมทรัพย์ใหม่อีกครั้ง เชื่อว่าอาคารสร้างค้างในกรุงเทพฯ ที่มีอยู่ 205 อาคาร จะถูกนำกลับมาปรับปรุงใหม่ สร้างความคึกคักในตลาด ปี 2553 นี้</p>
<p>จากปัจจุบันจากการสำรวจล่าสุดของศูนย์ข้อมูลฯ ณ วันที่ 14 มกราคม 2553 นี้พบว่าที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ในช่วง 10 เดือนของปี 2552 ที่ผ่านมาใน เขตกรุง เทพฯ และ 5 จังหวัด ปริมณฑล (นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สมุทรสาครและนครปฐม) ทั้งแนว ราบและแนวสูง (ห้องชุดคอนโดมิเนียม) มีรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 72,400 หน่วย เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วง เดียวกันในปี 2551</p>
<p>โดยจำนวนดังกล่าวแบ่งออกเป็นอาคารชุดประมาณ 34,950 หน่วย คิดเป็น 48% เพิ่มขึ้น 31% และที่อยู่อาศัยแนว ราบประมาณ 37,450 หน่วย หรือ 52% ลดลง 13% และในจำนวนที่อยู่อาศัยแนวราบ ทั้งหมด แบ่งออกเป็นบ้านเดี่ยวประมาณ 25,160 หน่วย คิดเป็น 35% ของหน่วยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ทั้ง หมด เป็นทาวน์เฮาส์ประมาณ 8,830 หน่วย คิดเป็น 12% อาคารพาณิชย์ประมาณ 2,380 หน่วย คิดเป็น 3% และบ้านแฝดประมาณ 1,080 หน่วย คิดเป็น 2% และ ยังสำรวจพบอีกว่า 10 เขตที่มีที่อยู่อาศัยแนวราบ สร้างเสร็จจดทะเบียนมากที่สุดคือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอลำลูกกา อำเภอบางบัวทอง อำเภอเมืองนนทบุรี อำเภอเมืองปทุมธานี เขตหนองจอก เขตสายไหม เขตบางขุนเทียน อำเภอเมืองสมุทรสาคร และเขตคลองสามวา ซึ่งมีจำนวนหน่วยรวมกันคิดเป็น 42% ของที่อยู่อาศัย สร้างเสร็จจดทะเบียนทั้งหมดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล</p>
<p>ส่วนอาคารชุด 34,950 หน่วยนั้น มีโครงการเอื้ออาทรจากการเคหะแห่งชาติจำนวนประมาณ 12,650 หน่วย ในจังหวัดสมุทรสาคร นครปฐม สมุทรปราการ นนทบุรี และกรุงเทพฯ ในเขตดอนเมืองและเขตหนองแขม</p>
<p><strong>ที่มา</strong> นสพ.สยามธุรกิจ 22/02/2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamyota.com/reic-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-205-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ก่อสร้างไทย &#8216;บุกบาห์เรน&#8217;</title>
		<link>http://siamyota.com/%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%99/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25a2-%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%258c%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2599</link>
		<comments>http://siamyota.com/%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Feb 2010 16:06:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[งานก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[บาห์เรน]]></category>
		<category><![CDATA[วงการก่อสร้าง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siamyota.com/?p=394</guid>
		<description><![CDATA[ก่อสร้างไทย &#8216;บุกบาห์เรน&#8217; แหล่งข่าวระดับสูงในวงการก่อสร้างเปิดเผยว่าผลประชุมล่าสุดระหว่าง 4 สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างประกอบด้วยสมาคม อุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมสถาปนิกสยามแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย และสมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย ถึงการเตรียมความพร้อมในการไปประมูลงานออกแบบและก่อสร้างที่อยู่อาศัย 10,000 ยูนิตที่ประเทศบาห์เรนว่าที่ประชุมได้เห็นชอบที่จะให้ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน)เป็นแกนนำในการประมูลงานในครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่ามีความพร้อมทุกด้านไม่ว่าจะเป็นฐานะการเงิน ความน่าเชื่อถือเป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกทั้งยังมี ประสบการณ์ที่เคยทำงานในต่างประเทศมาก่อน เป็นต้น &#8220;อิตาเลียนไทยมีความพร้อมทุกด้าน มีความเป็นอินเตอร์จึงจะทำหน้าที่เป็นหัวหอกในการนำทีมผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อไปดูลู่ทางกันก่อน เพราะขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดใด ๆ เพียงแต่ทางประธานผู้แทนการค้าไทย คุณเกียรติ สิทธีอมร ได้เชิญชวนให้ไปประมูลงานสร้างที่อยู่อาศัยที่บาห์เรน ประมาณ 10,000 ยูนิตเท่านั้น มูลค่าหลังละ 5 ล้านบาทหรือรวมมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาท ซึ่งต้องประมูลแข่งขันกับประเทศอื่นด้วย&#8221; ด้านนายศุภชัย รักพานิชมณี อุปนายกฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่าจากการหารือกันของ 4 สมาคมได้แนวทางที่จะทำงานร่วมกันในลักษณะ เทิร์นคีย์โปรเจ็กต์ และแต่ละสมาคมก็ได้เชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมประชุม ซึ่งผลสรุปจะใช้บริษัทรับเหมาก่อสร้างเป็นตัวยืนเป็นหัวหน้าทีมในการดำเนินการเพราะ 80-90%ของมูลค่าโครงการคืองบประมาณในการก่อสร้าง ส่วนที่เหลือเป็นงานด้านออกแบบ และอื่นๆ &#8220;อีกทั้งผลการประชุมผู้เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1>
<p><div id="attachment_395" class="wp-caption aligncenter" style="width: 531px"><a href="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/construction.jpg"><img class="size-full wp-image-395" title="สยามโยธา" src="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/construction.jpg" alt="สยามโยธา" width="521" height="652" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบบทความ ก่อสร้างไทย &#39;บุกบาห์เรน&#39;</p></div></h1>
<h1>ก่อสร้างไทย &#8216;บุกบาห์เรน&#8217;</h1>
<p>แหล่งข่าวระดับสูงในวงการก่อสร้างเปิดเผยว่าผลประชุมล่าสุดระหว่าง 4 สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างประกอบด้วยสมาคม อุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  สมาคมสถาปนิกสยามแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย และสมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย  ถึงการเตรียมความพร้อมในการไปประมูลงานออกแบบและก่อสร้างที่อยู่อาศัย 10,000 ยูนิตที่ประเทศบาห์เรนว่าที่ประชุมได้เห็นชอบที่จะให้ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน)เป็นแกนนำในการประมูลงานในครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่ามีความพร้อมทุกด้านไม่ว่าจะเป็นฐานะการเงิน ความน่าเชื่อถือเป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกทั้งยังมี ประสบการณ์ที่เคยทำงานในต่างประเทศมาก่อน เป็นต้น</p>
<p><span id="more-394"></span></p>
<p>&#8220;อิตาเลียนไทยมีความพร้อมทุกด้าน มีความเป็นอินเตอร์จึงจะทำหน้าที่เป็นหัวหอกในการนำทีมผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อไปดูลู่ทางกันก่อน เพราะขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดใด ๆ เพียงแต่ทางประธานผู้แทนการค้าไทย คุณเกียรติ สิทธีอมร ได้เชิญชวนให้ไปประมูลงานสร้างที่อยู่อาศัยที่บาห์เรน ประมาณ 10,000 ยูนิตเท่านั้น มูลค่าหลังละ 5 ล้านบาทหรือรวมมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาท ซึ่งต้องประมูลแข่งขันกับประเทศอื่นด้วย&#8221;</p>
<p>ด้านนายศุภชัย รักพานิชมณี  อุปนายกฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่าจากการหารือกันของ 4 สมาคมได้แนวทางที่จะทำงานร่วมกันในลักษณะ เทิร์นคีย์โปรเจ็กต์ และแต่ละสมาคมก็ได้เชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมประชุม ซึ่งผลสรุปจะใช้บริษัทรับเหมาก่อสร้างเป็นตัวยืนเป็นหัวหน้าทีมในการดำเนินการเพราะ  80-90%ของมูลค่าโครงการคืองบประมาณในการก่อสร้าง ส่วนที่เหลือเป็นงานด้านออกแบบ และอื่นๆ</p>
<p>&#8220;อีกทั้งผลการประชุมผู้เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยังได้มีมติให้มีการรวมกลุ่มผู้ประกอบการไทยตั้งเป็นทีมใช้ชื่อว่าทีม AEC THAILAND หรือ อะคิเทค เอ็นจิเนีย คอนสตรัคชัน ซึ่งหมายถึงสถาปนิก วิศวกร และผู้รับเหมา ที่มาร่วมกลุ่มเป็นทีมเพื่อเดินทางไปประมูลงานในต่างประเทศ อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>เนื่องจากหลังจากที่ผู้แทนการค้าไทยได้มีหนังสือเชิญชวนมายังภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องแล้วทั้งสมาคมสถาปนิก วิศวกรที่ปรึกษาต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมากจึงคิดว่าการรวมตัวเป็นทีมและไปในนามของชื่อแบรนด์ไทยแลนด์ น่าจะเหมาะสมและเกิดความคล่องตัวในการทำงานมากกว่าซึ่งจะสามารถทำงานประสานกับคณะทำงานอีกชุดหนึ่งที่มีกรรมการประกอบด้วยตัวแทนจากภาครัฐบาลและเอกชนที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน และตัวแทนจากภาคเอกชนร่วมเป็นคณะทำงาน&#8221;</p>
<p>ทั้งนี้นอกเหนือจากการก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่บาห์เรนแล้วยังมีงานในลักษณะดังกล่าวที่ลิเบีย และศรีลังกาอีกด้วย  โดยศรีลังกาต้องการบูรณะประเทศใหม่หลังเลิกรบกัน แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าเขาต้องการให้นำเงินไปลงทุนด้วย โดยรัฐบาลศรีลังกา จะผ่อนชำระคืนให้ในภายหลัง  อาจจะเป็นในรูปของบาร์เตอร์เทรด ซึ่งยังไม่มีความชัดเจน</p>
<p>แต่อย่างไรก็ดีถือเป็นนิมิตหมายที่ดีและเป้าหมายเริ่มมีความชัดเจนขึ้นในการที่ภาครัฐบาลให้การสนับสนุนผู้ประกอบการรับเหมาไทย ในการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ ส่วนจะประสบผลสำเร็จแค่ไหนนั้นต้องดูกันต่อไป</p>
<p>ด้านนายทวีจิตร   จันทรสาขา  นายกสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์  เปิดเผยว่า มีบริษัทสถาปนิกรายใหญ่-เล็กร่วม 40 รายแสดงความสนใจ ซึ่งในทางปฏิบัติจึงได้ตั้งคณะกรรมการขึ้น 7 คนเพื่อเตรียมความพร้อม ในการดำเนินการเมื่อได้งานแล้วขั้นตอนต่อไปจะมีการจดทะเบียนจัดตั้งในรูปของบริษัทร่วมค้า</p>
<p>นอกจากนี้ยังต้องศึกษารูปแบบรายละเอียดต่างๆ อย่างรอบคอบ เพราะหลายบริษัทมีประสบการณ์จากการรับงานในต่างประเทศมาแล้ว เพื่อนำมาปรับปรุงให้รัดกุมไม่ให้เกิดปัญหาและไม่เสียเปรียบเหมือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะประเด็นเรื่องกฎระเบียบ กฎหมายและข้อกำหนดต่าง ๆ  ข้อสัญญาที่ต้องรอบคอบและศึกษารายละเอียดเป็นอย่างดีไม่ให้เกิดปัญหา เหมือนโครงการสร้างศูนย์กีฬา เอเชี่ยนเกมส์ที่เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์เมื่อหลายปีก่อนเพราะไปในรูปองค์กร ทำให้มีปัญหาการเก็บเงิน</p>
<p>&#8220;เรามีบทเรียนแล้ว ครั้งนี้ไม่น่าเป็นปัญหา อีกทั้งทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่าบาห์เรนเป็นประเทศที่ดีที่สุดในตะวันออกกลาง เพราะมีทัศนคติที่ดีต่อคนไทย และมองว่าถ้าได้งานนี้มาคิดค่าธรรมเนียมออกแบบ 5% ก็เท่ากับพันกว่าล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นวงเงินที่สูงมาก จึงทำให้สถาปนิกให้ความสนใจกันมากและเบื้องต้นต้องส่งทีมงานไปบาห์เรนเพื่อสำรวจรายละเอียดก่อนเพราะขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน&#8221; นายทวีจิตร กล่าวและว่า</p>
<p>นอกจากนี้ยังต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนภาคเอกชนที่ไปรับงานในต่างประเทศเหมือนกับประเทศเพื่อนบ้านที่เขาทำกัน เพื่อให้เกิดการแข่งขันในเวทีระดับสากลได้ ทั้งเงินช่วยเหลือ จากสถาบันการเงินในรูปแบบการคิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพียง 0.05%  รัฐบาลเข้ามาค้ำประกันเงินกู้เพื่อไม่ให้เสียเปรียบ หรืออย่างกรณีประเทศมาเลเซีย ได้ให้การสนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปประมูลงานโดยรัฐออกให้ก่อนถ้าได้งานจะคืนให้ ถ้าไม่ได้ก็จ่ายคนละครึ่ง  หรือการจัดงานเรื่องงานธุรการ ฝั่งของคู่สัญญา ต้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ ด้านการจดทะเบียน ข้อกฏหมายในลักษณะ จีทูจีหรือรัฐบาลต่อรัฐบาล เป็นต้น</p>
<p>ด้านนายเกียรติ สิทธีอมร  ประธานผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยว่าประเทศบาห์เรนมีงานก่อสร้างที่อยู่อาศัยอยู่ 4.5 หมื่นยูนิต มูลค่ายูนิตละ 5 ล้านบาท แต่ไทยคงทำได้ประมาณ 1 หมื่นยูนิต ซึ่งปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้จะพาผู้ประกอบการภาคเอกชนเดินทางไปสำรวจรายละเอียด ซึ่งถ้าหากสนใจก็สามารถแจ้งความจำนงมาได้ หลังจากที่ได้มีหนังสือเชิญชวนผ่านไปทางองค์กรต่าง ๆ อาทิ สมาคมสถาปนิก  วิศวกร  ก่อสร้างและภาคอสังหาริมทรัพย์ ไปแล้ว</p>
<p>&#8220;นอกจากนี้ยังมีประเทศอื่นๆ ที่สนใจจะให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทยไปลงทุนเช่น หอการค้าสวีเดน ต้องการสร้างที่อยู่อาศัย50,000 ยูนิต  ลิเบีย ต้องการสร้างบ้าน 1แสนยูนิต รวมทั้งไนจีเรีย ที่จะให้ไปพัฒนาที่ดินด้วย&#8221;</p>
<p>ก่อนหน้านั้นยังมีการเซ็นเอ็มโอยูกับ 3 สถาบันการเงินเพื่อเตรียมให้การสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการไปแล้วได้แก่ ธนาคารเอสเอ็มอี ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) และธนาคารนำเข้าและส่งออกแห่งประเทศไทยหรือเอ็กซิมแบงก์</p>
<p><strong>ที่มา</strong> นสพ.ฐานเศรษฐกิจ 19/02/2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamyota.com/%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทิศทางอสังหาฯ ปี’53</title>
		<link>http://siamyota.com/%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%af-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e2%80%9953/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25a8%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25af-%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b5%25e2%2580%259953</link>
		<comments>http://siamyota.com/%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%af-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e2%80%9953/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Feb 2010 15:27:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[BOI]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้รับเหมาก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารชุด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siamyota.com/?p=391</guid>
		<description><![CDATA[ทิศทางอสังหาฯ ปี’53 งานสัมมนาใหญ่ 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้หัวข้อธุรกิจอสังหาฯ ดัชนีหลักชี้เศรษฐกิจปี 2553 มีขึ้นอีกครั้งเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนภาคธุรกิจเอกชน ภาครัฐ และนักวิชาการร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาฯในปีนี้ นายเกียรติ สิทธิอมร ผู้แทนการค้าไทย ในฐานะตัวแทนภาครัฐ กล่าวว่า ในมุมมองของตน คิดว่าขณะนี้อสังหาฯบางประเภทยังไปได้ดี อย่างตลาดคอนโดมิเนียมเกรดเอในเมือง ที่หลายโครงการมีต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดเต็มเพดาน 49% ของเนื้อที่อาคารชุด ผู้ประกอบการจึงต้องการให้ภาครัฐขยายเพดานเพิ่มขึ้น และขยายระยะเวลาเช่าซื้อที่อยู่อาศัยออกไปเป็น 90 ปี จากเดิมกฎหมายกำหนดไว้เพียง 30 ปี ในส่วนนี้ รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยจะขยายสัดส่วนการถือครองคอนโดฯเพิ่มขึ้น ซึ่งมอบหมายให้กรมที่ดินดำเนินการแล้ว ส่วนการต่ออายุมาตรการกระตุ้นอสังหาฯที่จะหมดอายุวันที่ 28 มีนาคมนี้ออกไปอีก 1 ปี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะเป็นผู้ชี้ขาด แนะอสังหาฯ-ก่อสร้างบุก ตปท. นอกจากตลาดในประเทศแล้ว ภาครัฐมีนโยบายที่จะผลักดันให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ และก่อสร้างขยายฐานไปทำธุรกิจในต่างประเทศอีกทางหนึ่ง โดยปี 2552 ที่ผ่านมา งานก่อสร้างทั่วโลกมีมูลค่าตลาดรวม 150 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้ เกือบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1 id="_mcePaste">
<p><div id="attachment_392" class="wp-caption aligncenter" style="width: 470px"><a href="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/pic3529.jpg"><img class="size-full wp-image-392" title="สยามโยธา" src="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/pic3529.jpg" alt="สยามโยธา" width="460" height="305" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบบทความ ทิศทางอสังหาฯ ปี’53</p></div></h1>
<h1>ทิศทางอสังหาฯ ปี’53</h1>
<div></div>
<div>งานสัมมนาใหญ่ 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้หัวข้อธุรกิจอสังหาฯ ดัชนีหลักชี้เศรษฐกิจปี 2553 มีขึ้นอีกครั้งเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนภาคธุรกิจเอกชน ภาครัฐ และนักวิชาการร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาฯในปีนี้</div>
<div id="_mcePaste">นายเกียรติ สิทธิอมร ผู้แทนการค้าไทย ในฐานะตัวแทนภาครัฐ กล่าวว่า ในมุมมองของตน คิดว่าขณะนี้อสังหาฯบางประเภทยังไปได้ดี อย่างตลาดคอนโดมิเนียมเกรดเอในเมือง ที่หลายโครงการมีต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดเต็มเพดาน 49% ของเนื้อที่อาคารชุด ผู้ประกอบการจึงต้องการให้ภาครัฐขยายเพดานเพิ่มขึ้น และขยายระยะเวลาเช่าซื้อที่อยู่อาศัยออกไปเป็น 90 ปี จากเดิมกฎหมายกำหนดไว้เพียง 30 ปี ในส่วนนี้ รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยจะขยายสัดส่วนการถือครองคอนโดฯเพิ่มขึ้น ซึ่งมอบหมายให้กรมที่ดินดำเนินการแล้ว ส่วนการต่ออายุมาตรการกระตุ้นอสังหาฯที่จะหมดอายุวันที่ 28 มีนาคมนี้ออกไปอีก 1 ปี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะเป็นผู้ชี้ขาด</div>
<div><span id="more-391"></span></div>
<div id="_mcePaste">แนะอสังหาฯ-ก่อสร้างบุก ตปท.</div>
<div id="_mcePaste">นอกจากตลาดในประเทศแล้ว ภาครัฐมีนโยบายที่จะผลักดันให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ และก่อสร้างขยายฐานไปทำธุรกิจในต่างประเทศอีกทางหนึ่ง โดยปี 2552 ที่ผ่านมา งานก่อสร้างทั่วโลกมีมูลค่าตลาดรวม 150 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้ เกือบ 50% หรือ 70 ล้านล้านบาท เป็นงานก่อสร้างในภูมิภาคเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง แต่ปีที่ผ่านมา มีผู้รับเหมาก่อสร้างไทยออกไปรับงานในต่างประเทศ คิดมูลค่ารวมกันกว่า 2 หมื่นล้านบาท หรือไม่ถึง 1% โอาสทางการตลาดจึงมีอีกมาก ในการนี้ ภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องได้กำหนดกลุ่มประเทศเป้าหมายที่ต้องการเข้าไปเจาะตลาดไว้แล้ว ได้แก่ประเทศลิเบีย บาห์เรน อินเดีย และเวียดนาม เป็นต้น</div>
<div id="_mcePaste">โดยรัฐบาลได้รับแจ้งจากบาห์เรนว่าต้องการโลว์คอสต์เฮาซิ่งระดับราคา 5 ล้านบาท/ยูนิต สูงถึง 4.5 หมื่นยูนิต ลิเบียต้องการที่อยู่อาศัยระดับเดียวกัน สูงถึง 1 แสนยูนิต ซึ่งขณะนี้มีบริษัทรับเหมาก่อสร้างเข้าไปรับงานในบาห์เรนแล้ว แต่ยังติดขัดเรื่องแหล่งเงินกู้ ซึ่งรัฐบาลได้ประสานให้สถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) สนับสนุนด้านสินเชื่อแล้ว</div>
<div id="_mcePaste">ส่วนเวียดนามปัจจุบันมีบริษัทพัฒนาอสังหาฯรายเดียวที่เข้าไปพัฒนาโครงการบนเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ ซึ่งได้รับการติดต่อว่าต้องการให้รัฐบาลไทยช่วยประสานงานเพื่อได้รับสิทธิ์พัฒนาโครงการในระดับ 7,000-10,000 ไร่ ต่อไปในอนาคต ภูมิภาคอาเซียนถือว่าเป็นตลาดที่มีอนาคต เพราะปี 2015 (พ.ศ. 2558) จะเกิดการรวมตัว &#8220;ประชาคมอาเซียน&#8221; เป็นตลาดเดียว เปิดโอกาสให้ชาติอาเซียนที่เข้ามาลงทุนข้ามประเทศถือหุ้นในสัดส่วนสูงสุด 70% ซึ่งประเมินว่าต้องใช้เงินลงทุนอีก 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในการก่อสร้าง เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางทุกประเทศให้ทั่วถึงกัน</div>
<div id="_mcePaste">ฝันค้างบีโอไอไม่ปรับเกณฑ์พื้นที่เขต 2-3</div>
<div id="_mcePaste">สำหรับมุมมองเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่มีผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาฯ จากที่ผู้ประกอบการเสนอให้คณะกรรมการ ส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ปรับเกณฑ์ ส่งเสริมการลงทุนบ้านบีโอไอในพื้นที่เขต 2 และ 3 รวมทั้งจังหวัดท่องเที่ยว อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา สงขลา ฯลฯ เป็นเกณฑ์เดียวกับเขต 1 เนื่องจากต้นทุนที่ดินแพงขึ้น ทำให้ไม่สามารถพัฒนาที่อยู่อาศัยราคา 6 แสนบาทได้อีกนั้น นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กล่าวว่า ยังมีที่ดินในเขต 2 และ 3 ที่ราคาไม่แพงนัก และสามารถนำมาพัฒนาได้อีกมาก จึงยังไม่ปรับเกณฑ์ส่งเสริมการลงทุนใหม่</div>
<div id="_mcePaste">ทั้งนี้ หลังปรับเกณฑ์บ้านบีโอไอใหม่ ปลายปี 2552 มีผู้ประกอบการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขต 1 จำนวน 52 โครงการ แบ่งเป็นอาคารชุด 3,350 ยูนิต บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ 5,812 ยูนิต ขณะที่เขต 2 และ 3 มีการยื่นขอส่งเสริม 613 ยูนิต เป็นอาคารชุด 75 ยูนิต บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ 538 ยูนิต</div>
<div id="_mcePaste">ต่ออายุมาตรการกระตุ้นยังต้องลุ้น</div>
<div id="_mcePaste">ด้านทิศทางธุรกิจอสังหาฯในปี 2553 นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย มองว่า ยังเป็นโอกาสของตลาดคอนโดฯ เหมือนปี 2552 และภาวะการแข่งขันยังเป็นรูปแบบเดิม ๆ เช่น เน้นพัฒนา โครงการในทำเลที่มีศักยภาพ แต่ราคาขายคอนโดฯมีแนวโน้มปรับขึ้นจากราคาน้ำมัน, วัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยที่น่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ</div>
<div id="_mcePaste">ส่วนมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ มองว่า รัฐบาลจะต่ออายุมาตรการอีก 1 ปี ไม่ให้บรรยากาศการลงทุนที่เริ่มดีขึ้นหยุดชะงัก ประกอบกับเศรษฐกิจแม้จะปรับตัวดีขึ้นมาก แต่ยังมีความผันผวนอยู่สูง จากปัจจัยเสี่ยง ทั้งเศรษฐกิจโลก และปัญหาทางการเมือง สอดคล้องกับข้อเสนอของ นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ที่ต้องการให้รัฐบาลปรับโครงสร้างภาษีการซื้อขายที่อยู่อาศัย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น จากเดิมระบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ ยังซ้ำซ้อน และพบว่าปัจจุบันผู้บริโภคต้องแบกรับภาษีและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ สูงถึง 7-10%</div>
<div>ขณะที่ นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย มองว่า ในส่วนของออฟฟิศบิลดิ้ง ศูนย์การค้า โรงแรม และรีสอร์ต ปี 2553 ยังต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงรอบด้านโดยตลาดออฟฟิศยังได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้ค่าเช่าออฟฟิศ เกรดเอปรับตัวลดลงต่ำวก่า 700 บาท/ตร.ม. หรือลดลง 5-7% แต่ซัพพลายใหม่ช่วง 1-2 ปีนี้จะมีน้อย ค่าเช่าจึงน่าจะปรับขึ้น และมีการลงทุนเพิ่มขึ้น</div>
<div id="_mcePaste">ด้านธุรกิจค้าปลีก แนวโน้มของตลาดไลฟ์สไตล์มอลล์ หรือคอมมิวนิตี้มอลล์ที่เน้นการทำตลาดแบบนิชมาร์เก็ตในทำเลต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด กลายเป็นธุรกิจที่มาแรง ที่ผ่านมามีโครงการในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นจำนวนมาก และแต่ละแห่งประสบความสำเร็จในแง่การขายพื้นที่ เช่น โครงการเพลินวาน ในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โครงการ Palio เขาใหญ่ คอมมิวนิตี้มอลล์ สไตล์อิตาลี ที่เน้นความแตกต่างด้านดีไซน์ สำหรับธุรกิจโรงแรม-รีสอร์ต อัตราการ เข้าพักจึงอยู่ในระดับที่ต่ำ</div>
<div id="_mcePaste"><strong>ที่มา</strong> นสพ.ประชาชาติธุรกิจ 19/02/2553</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamyota.com/%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%af-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e2%80%9953/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กรมชลฯทุ่ม 287 ล้าน สร้างฝายยางแก้แล้งพิจิตร</title>
		<link>http://siamyota.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%af%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1-287-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25af%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b8%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a1-287-%25e0%25b8%25a5%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599-%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%259d%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2589%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25a5%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25a3</link>
		<comments>http://siamyota.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%af%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1-287-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Feb 2010 15:18:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[กรมชลประทาน]]></category>
		<category><![CDATA[งบไทยเข้มแข็ง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ฝายเขื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยแล้ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siamyota.com/?p=388</guid>
		<description><![CDATA[กรมชลฯทุ่ม 287 ล้าน สร้างฝายยางแก้แล้งพิจิตร นายสนิท คันธี หัวหน้ากลุ่มงานก่อสร้าง 2 สำนักงานชลประทานที่ 3 วิศวกรผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ฝายหัวงานและอาคารประกอบ หรือฝายเขื่อนยางกั้นแม่น้ำยม บ้านจระเข้ผอม อ.สามง่าม จ.พิจิตร เปิดเผยความคืบหน้าการใช้งบไทยเข้มแข็งของรัฐบาลในการก่อสร้างฝายเขื่อนยางสามง่าม ว่าจากภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซากในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำยมของ จ.พิจิตร จนเป็นเหตุให้มีการเรียกร้องการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นที่ จ.แพร่ ซึ่งยังเป็นอนาคตอีกยาวไกลและดูเหมือนจะไกลเกินฝัน เนื่องจากมีอุปสรรคหลายปัจจัย ดังนั้น จึงพิจารณาว่า อ.สามง่าม ซึ่งมีแม่น้ำยมไหลผ่านในยามปกติ เวลาฤดูแล้งสภาพแม่น้ำยมแห้งขอดจนสามารถเดินข้ามได้ หรือเล่นฟุตบอลในแม่น้ำยมได้เลย แต่พอฤดูฝนก็เกิดน้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่ทำการเกษตรและบ้านเรือนราษฎรเสียหายและน้ำที่ไหลหลากก็ถูกระบายปล่อยทิ้งไป ดังนั้น กรมพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์ จึงได้เสนอโครงการก่อสร้างฝายเขื่อนยางสามง่ามขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำไว้ในแม่น้ำยม เพื่อใช้การชลประทานระบายสูบน้ำด้วยไฟฟ้า แจกจ่ายน้ำให้กับเกษตรกรต่อไป ล่าสุดได้มีการสรุปเลือกทำเลที่เหมาะสมและชาวบ้านที่มีการทำเวทีประชาคมแล้ว ว่าเหมาะสมก่อสร้างขึ้นที่ แม่น้ำยมบ้านจระเข้ผอม อ.สามง่าม จ.พิจิตร ประมาณพิกัด 47qpu 319205 ระวาง 5041iv ด้วยงบประมาณ 287 ล้านบาท โดยมีบริษัททิพากร จำกัด เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างระยะเวลาดำเนินโครงการ 720 วัน เริ่มวันที่ 2 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1 id="_mcePaste">
<p><div id="attachment_389" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a href="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/04-Minamiaiki-Dam-upper-lge.jpg"><img class="size-full wp-image-389" title="สยามโยธา" src="http://siamyota.com/wp-content/uploads/2010/02/04-Minamiaiki-Dam-upper-lge.jpg" alt="สยามโยธา" width="600" height="468" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบบทความ กรมชลฯทุ่ม 287 ล้าน สร้างฝายยางแก้แล้งพิจิตร</p></div></h1>
<h1>กรมชลฯทุ่ม 287 ล้าน สร้างฝายยางแก้แล้งพิจิตร</h1>
<div></div>
<div>นายสนิท คันธี หัวหน้ากลุ่มงานก่อสร้าง 2 สำนักงานชลประทานที่ 3 วิศวกรผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ฝายหัวงานและอาคารประกอบ หรือฝายเขื่อนยางกั้นแม่น้ำยม บ้านจระเข้ผอม อ.สามง่าม จ.พิจิตร เปิดเผยความคืบหน้าการใช้งบไทยเข้มแข็งของรัฐบาลในการก่อสร้างฝายเขื่อนยางสามง่าม ว่าจากภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซากในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำยมของ จ.พิจิตร จนเป็นเหตุให้มีการเรียกร้องการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นที่ จ.แพร่ ซึ่งยังเป็นอนาคตอีกยาวไกลและดูเหมือนจะไกลเกินฝัน เนื่องจากมีอุปสรรคหลายปัจจัย</div>
<div><span id="more-388"></span></div>
<div id="_mcePaste">ดังนั้น จึงพิจารณาว่า อ.สามง่าม ซึ่งมีแม่น้ำยมไหลผ่านในยามปกติ เวลาฤดูแล้งสภาพแม่น้ำยมแห้งขอดจนสามารถเดินข้ามได้ หรือเล่นฟุตบอลในแม่น้ำยมได้เลย แต่พอฤดูฝนก็เกิดน้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่ทำการเกษตรและบ้านเรือนราษฎรเสียหายและน้ำที่ไหลหลากก็ถูกระบายปล่อยทิ้งไป ดังนั้น กรมพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์ จึงได้เสนอโครงการก่อสร้างฝายเขื่อนยางสามง่ามขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำไว้ในแม่น้ำยม เพื่อใช้การชลประทานระบายสูบน้ำด้วยไฟฟ้า แจกจ่ายน้ำให้กับเกษตรกรต่อไป ล่าสุดได้มีการสรุปเลือกทำเลที่เหมาะสมและชาวบ้านที่มีการทำเวทีประชาคมแล้ว ว่าเหมาะสมก่อสร้างขึ้นที่ แม่น้ำยมบ้านจระเข้ผอม อ.สามง่าม จ.พิจิตร ประมาณพิกัด 47qpu 319205 ระวาง 5041iv ด้วยงบประมาณ 287 ล้านบาท โดยมีบริษัททิพากร จำกัด เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างระยะเวลาดำเนินโครงการ 720 วัน เริ่มวันที่ 2 กรกฎาคม 2552 ถึง 21 มิถุนายน 2554</div>
<div id="_mcePaste">ทั้งนี้ จะเป็นรูปแบบการสร้างฝายยางขนาดสูง 2.50 เมตร ยาว 74 เมตร ขวางแม่น้ำยม ใช้ระบบปั๊มลมเข้าไปในฝายยางให้พองตัวขึ้นในยามที่ต้องการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง แต่เมื่อถึงฤดูน้ำหลากก็จะปล่อยลมให้ฝายยางยุบตัวลงระบายน้ำได้ปกติ ซึ่งจะเป็นผลดียามหน้าแล้งให้ชาวตำบลสามง่าม, ตำบลรังนก , กำแพงดิน ของอำเภอสามง่าม พื้นที่ 3 หมื่นไร่ ได้มีน้ำทำนาเป็นการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ได้อย่างยั่งยืน ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างแล้วเสร็จไปแล้วกว่า 30เปอร์เซ็นต์ คาดปี 2554 เสร็จแน่นอนตรงตามสัญญาจ้างดังกล่าว</div>
<div id="_mcePaste"><strong>ที่มา</strong> นสพ.ผู้จัดการ 19/02/2553</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamyota.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%af%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1-287-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

