3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ จี้รัฐอุ้มต่อ

สยามโยธา

ภาพประกอบบทความ 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ จี้รัฐอุ้มต่อ

3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ จี้รัฐอุ้มต่อ

นายอิสระ บุญยัง ในฐานะนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า ทางสมาคมอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย และ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เตรียมหารือและรวบรวมข้อมูลถึงผลดีและผลเสียของมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ในส่วนของการลดค่าธรรมเนียมการโอนบ้านและคอนโดมิเนียม เหลือ 0.01% การลดค่าจดจำนองเหลือ 0.01% และลดภาษีธุรกิจเฉพาะเหลืออัตรา 0.11% ที่กำลังจะหมดอายุลงในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อจัดทำหนังสือถึงรัฐบาลและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการต่ออายุมาตรการดังกล่าวออกไปอีก 1 ปี เพราะจะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้ตลาดอสังหาฯ ปีนี้ฟื้นตัวเพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

“ใน 3 สมาคมเห็นว่าการต่ออายุมาตรการออกไปอีก 1 ปีจะก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกคน ไม่เฉพาะผู้ประกอบการเท่านั้น เพราะ ส่วนลดต่างๆ นั้นจะถูกนำมาใช้ในด้านการจัดกิจกรรมการตลาดต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชัน แคมเปญการส่งเสริมการขาย แต่หากไม่ได้มีการต่ออายุมาตรการ ต้นทุนของผู้ประกอบการก็จะปรับเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้ราคาที่อยู่อาศัยที่พัฒนาออกมาใหม่ต้องปรับราคาเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน และหากมีมาตรการต่อไปอีกก็จะช่วยกระตุ้นดีมานด์ได้อีกด้วย” นายอิสระ กล่าวและว่า

ในรอบปีที่ผ่านมายอดจดทะเบียนของที่อยู่อาศัยใหม่มีประมาณ 85,000 หน่วย เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีอยู่ประมาณ 82,000 หน่วย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากรัฐบาลมีมาตรการต่างๆ ดังกล่าวออกมากระตุ้นให้ตลาดไม่เลวร้ายไปกว่านี้ เพราะหากไม่มีมาตรการออกมากระตุ้น เชื่อว่าตลาดจะแย่กว่านี้แน่นอน แต่ทั้งนี้ในรอบปีที่ผ่านมายังมีอีกหลายปัจจัยที่ช่วยให้ตลาดอสังหาฯ ฟื้นตัวด้วย อาทิ การมีโครงการไทยเข้มแข็ง การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการเลิกจ้างที่ไม่ได้แย่ตามที่ประเมินไว้ในช่วงต้นปี เป็นต้น

นายอิสระ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า แนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ เชื่อว่าจะเติบโตอย่างน้อย 5% จากปีที่ผ่านมาที่ประเมินว่ามีมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท ซึ่งพิจารณาจากปัจจัยบวกของแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดีขึ้น อาทิ ภาวะการท่องเที่ยวที่เริ่มดีขึ้น คำสั่งซื้อของภาคการส่งออก อัตราการว่างงานไม่สูงมาก แต่อย่างไรก็ตามปัจจัยเรื่องการเมืองจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญ ว่าตลาดอสังหาฯ จะเติบโตได้มากน้อยเพียงใด

ขณะที่สถาบันวิจัยนครหลวงไทย ประเมินภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในปี 2553 นี้ ว่าจะเป็นการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งหากมีการต่อมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ออกไปอีก 1 ปี และจะทำให้ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ความต้องการของที่อยู่อาศัยจะมีปริมาณใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปี 2552 เพราะว่าไม่จำเป็นต้องเร่งการโอนกรรมสิทธิ์

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการต่อมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ในปีนี้ออกไป ที่อยู่อาศัยที่มีการสร้างออกมาขายใหม่ ก็มีแนวโน้มที่จะปรับราคาขึ้นไม่ต่ำกว่า 5% เนื่องจากในช่วงปี 2551-2552 เป็นการขายสินค้าที่มีเหลืออยู่ในสต๊อก ทำให้ผู้ประกอบการได้มีการลดราคาขายและจัดรายการส่งเสริมการขาย เพื่อระบายสินค้าที่มีอยู่ออกไป แต่สินค้าใหม่ที่ออกมานั้นได้รับผลกระทบจากต้นทุนด้านราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้างที่ปรับเพิ่มขึ้น จึงต้องมีการปรับราคาของที่อยู่อาศัยตามไปด้วย

นอกจากนี้ สถาบันวิจัย ยังประเมินอีกว่า หากมีการต่ออายุมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ออกไปอีก 1 ปี จะทำให้ผู้ประกอบการได้รับประโยชน์จากค่าใช้จ่ายที่ลดลงมากถึง 4.19% ส่วนผู้ซื้อที่อยู่อาศัยนั้นจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในอัตรา 1-2% และหากมีการต่อมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้สูงสุด 3 แสนบาท และดอกเบี้ยเงินกู้อีก 1 แสนบาท ผู้บริโภคก็จะได้รับประโยชน์เพิ่มด้วย

สำหรับในปี 2553 นี้ โครงการเปิดขายใหม่ในกลุ่มคอนโดมิเนียม คาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดทั้งในเชิงมูลค่าและราคาขาย ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ดีขึ้น ส่งผลให้มูลค่าตลาดในปีนี้น่าจะถึง 2 แสนล้านบาท จากปีที่ผ่านมาที่คาดว่าจะมีมูลค่าตลาด 1.8 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2551 ที่มีมูลค่าตลาดของคอนโดมิเนียมอยู่ที่ 1.84 แสนล้านบาท

ที่มา ฐานเศรษฐกิจ 7/01/2553

ก่อสร้าง ข่าวก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์

Leave a Reply