รถไฟประมูลรางคู่ 1.1 หมื่นล้าน ลัดคิวสาย “แปดริ้ว-แก่งคอย”

สยามโยธา

ภาพประกอบบทความ รถไฟประมูลรางคู่ 1.1 หมื่นล้าน ลัดคิวสาย "แปดริ้ว-แก่งคอย"

รถไฟประมูลรางคู่ 1.1 หมื่นล้าน ลัดคิวสาย “แปดริ้ว-แก่งคอย”

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้หารือร่วมกับนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถึงแผนการลงทุนระบบรางของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และมีนโยบายให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนตามที่รัฐบาลปรับแผนการลงทุนที่เน้น ระบบทางรางมากขึ้นนั้น ล่าสุดทาง ร.ฟ.ท.ได้ส่งรายละเอียดข้อมูลภาพรวมโครงการลงทุนทั้งหมดของ ร.ฟ.ท. ซึ่งเป็นแผนลงทุนระยะเร่งด่วน 5 ปี (2553-2557) โดยลำดับความสำคัญโครงการเสร็จแล้ว หลังจากนี้จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการหรือบอร์ดของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณาในเดือนมีนาคมนี้

ขั้นตอนการพิจารณาของ สศช.จะเป็นเรื่องของการจัดหาแหล่งเงินลงทุนโครงการว่าจะนำมาจากแหล่งใดบ้าง อาทิ เงินลงทุนจากงบประมาณ งบฯไทยเข้มแข็ง หรือเงินกู้จากประเทศจีนที่ให้มา 400 ล้านเหรียญ เมื่อได้แหล่งเงินทุนครบแล้วก็จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติต่อไป ทั้งนี้ เมื่อ ครม.มีมติอนุมัติแล้ว ร.ฟ.ท.จะสามารถจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่างๆ ได้ทันที

ในส่วนของวงเงินลงทุนตามกรอบเวลา 5 ปี เดิมเสนอแผนลงทุน 153,052 ล้าน บาท ต่อมาทาง สศช.ได้ดูรายละเอียดเบื้องต้น มีความเห็นว่าให้เพิ่มแผนลงทุนรถไฟรางคู่ช่วงฉะเชิงเทรา-คลอง 19-แก่งคอย วงเงิน 11,348.35 ล้านบาท เพราะมีความพร้อมที่จะดำเนินการอยู่แล้ว รอแค่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ โดย สศช.เห็นว่าเมื่อ ร.ฟ.ท.จะทำรางคู่สายอื่นอยู่แล้วก็ควรจะนำสายนี้รวมเข้าไปด้วย ทำให้ต้องเพิ่มเงินลงทุนโดยรวมเป็น 164,401 ล้านบาท และเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแผนแล้ว ร.ฟ.ท. สามารถดำเนินการประมูลได้ทันที

แหล่งข่าวยังได้กล่าวถึงรายละเอียดแผนลงทุน 5 ปีว่า ในแผนทั้งหมดจะลำดับตามความสำคัญโครงการไว้ชัดเจน พร้อมทั้งกระจายการใช้เงินในแต่ละปี เฉลี่ยปีละ 2 หมื่น ล้านบาท โดยเงินก้อนแรก 86,942 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบฯลงทุนระหว่างปี 2553-2557 นั้นจะถูกนำมาใช้ในโครงการเร่งด่วนที่เกี่ยวเนื่องกับความปลอดภัยในการเดินรถ กว่า 7 หมื่นล้านบาท และด้านปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ปรับปรุงความแข็งแรงของทาง 2,272 กิโลเมตร เปลี่ยนหมอนรองรางเป็นคอนกรีต 1,382 กิโลเมตร เปลี่ยนรางเป็นขนาด 100 ปอนด์ ระยะทาง 2,835 กิโลเมตร เปลี่ยนประแจ ขยายทางระยะทางรวม 2,406 กิโลเมตร วงเงิน 23,700 กว่าล้านบาท

หลังจากนั้นจะเป็นงานปรับปรุงสะพานรถไฟในสายทางต่าง ๆ ให้รองรับน้ำหนักกดเพลา 20 ตัน/เพลา จำนวน 1,434 แห่ง วงเงิน 12,167 ล้านบาท การเปลี่ยนระบบอาณัติสัญญาณ 19,014 ล้านบาท เช่น ปรับปรุงระบบอาณัติสัญญาณเป็นไฟสีทั่วประเทศ 230 สถานี 11,358 ล้านบาท ติดตั้งระบบโครงข่ายคมนาคม 2,200 ล้านบาท ติดตั้งเครื่องกั้นถนนเสมอระดับ 5,456 ล้านบาท

ส่วนที่เหลืออีกประมาณกว่า 16,803 ล้านบาท แบ่งเป็นการจัดซื้อหัวรถจักรและล้อเลื่อน มีรถจักรดีเซลไฟฟ้า 13 คัน 2,145 ล้านบาท รถโดยสารรูปแบบชุด 6 ขบวนรองรับการขนส่งผู้โดยสารสำหรับรถไฟทางไกล 4,736 ล้านบาท รถจักรดีเซลไฟฟ้าทดแทนจีอี 50 คัน 6,562 ล้านบาท ซ่อมบำรุงรถจักรเดิม 56 คัน วงเงิน 3,360 ล้านบาท

“ทั้งหมดจะแล้วเสร็จในปี 2557 บางโครงการที่อยู่ภายใต้นโยบายของกระทรวง เช่น ทางรถไฟสายประธานทั้งหมด มีกำหนดให้แล้วเสร็จในปี 2556 ส่วนสายทางแยก ให้ดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2557 แผนลงทุนทั้งหมดจะเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2556 ต่อเนื่องปี 2557″

สำหรับการลงทุนระบบรางคู่ตามกรอบแผนลงทุนเร่งด่วน 5 สาย ระยะทางรวม 767 กิโลเมตร วงเงิน 66,110 ล้านบาท (ไม่รวมสายเพิ่มเติมฉะเชิงเทรา-คลอง 19-แก่งคอย) คาดว่าจะเริ่มได้ในปี 2554 เป็น ต้นไปจนถึงปี 2557 เนื่องจากในปีนี้ ร.ฟ.ท.จะต้องออกแบบรายละเอียดก่อนถึงจะดำเนินการได้ โดยการลงทุนรางคู่ 5 สายจะเป็นแผนลงทุนที่ต่อยอดจากที่สำนักงานนโยบายและแผนการ ขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ศึกษาความเหมาะสมของโครงการเสร็จแล้ว มี 3 สาย คือ 1) สายมาบกะเบา-นครราชสีมา 132 กิโลเมตร 11,640 ล้านบาท 2) สายลพบุรี-ปากน้ำโพ 118 กิโลเมตร 7,860 ล้านบาท และ3) สายนครปฐม-หนองปลา ดุก-หัวหิน 165 กิโลเมตร 16,600 ล้านบาท

ส่วนที่เหลือสายนครราชสีมา -ขอนแก่น 185 กิโลเมตร 13,010 ล้านบาท สายประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร 167 กิโลเมตร 17,000 ล้านบาท ทาง สนข.จะศึกษาความเหมาะสมให้ต่อไป

“ทางคู่สายแรกที่จะก่อสร้างได้ทันทีใน ปี 2553 คือ สายฉะเชิงเทรา-แก่งคอย-คลอง 19 ทาง ร.ฟ.ท.เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว รอเพียงมีมติ ครม.อนุมัติก็สามารถเปิดประมูลได้ทันที”

ที่มา นสพ.ประชาชาติธุรกิจ 22/02/2553

ก่อสร้าง ข่าวก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์

Leave a Reply